กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวเอมระดา สนิทพะเนา อายุ 43 ปี ซึ่งต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดจันทบุรี ต้องหาความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ที่บริเวณพื้นที่แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์คดี คือผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงสาวรายหนึ่ง ภายหลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินในพื้นที่ ต.จักราช อ.จักรราช จ.นครราชสีมา โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของครอบครัวผู้ต้องหา จำนวน 17 ไร่ ซึ่งติดจำนองกับธนาคารและสหกรณ์ รวม 17 และ 3 ไร่ ตามลำดับเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนกรกฎาคม 2566 หลังจากทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมาประมาณ 8 เดือน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าจะดำเนินการไถ่ถอนที่ดินเพื่อนำไปขาย และจะแบ่งผลกำไรให้แก่ผู้เสียหาย พร้อมทั้งขอให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้โอนเงินสนับสนุนเป็นระยะ รวม 64 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 420,750 บาท ผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.เอมระดา สนิทพะเนา โดยส่วนใหญ่ทำรายการผ่านร้านสะดวกซื้อต่อมาในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 ผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถไถ่ถอนที่ดินได้แล้ว และอยู่ระหว่างรอรับเช็คจากผู้ซื้อที่ดิน ซึ่งระบุว่าเป็นชาวต่างชาติ โดยกำหนดว่าจะสามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2566 แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถดำเนินการได้ โดยอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ และมีการเลื่อนกำหนดมาเป็นวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ก่อนจะไม่สามารถขึ้นเงินได้อีก พร้อมปฏิเสธการแสดงหลักฐาน และยังคงขอเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่าอาจถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายความคืบหน้าทางคดี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหา แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่ายังไม่เพียงพอที่จะถือเป็นการหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ภายหลังพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีต่อมา พนักงานอัยการพิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นแย้ง และมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาฉ้อโกง พร้อมให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหาแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้อาศัยอยู่ตามที่อยู่ดังกล่าวเป็นเวลานาน และไม่ทราบแหล่งที่อยู่ปัจจุบัน จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แจ้งเบื้องต้นว่า ยอมรับว่าตนได้ทำการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อมาร่วมลงทุนจริงเป็นจำนวนหลายครั้ง แต่ไม่ได้เอาไปลงทุนตามที่ได้แจ้งไว้
