เมียร้อง “จ่าคิงส์” สามีเป็นแพะคดียิงคนตาย ตัดสิน 21 ปี ทั้งที่มือปืนตัวจริงสารภาพแล้ว แต่โดนแค่ 13 ปี
บุกกองปราบฯ ร้องขอความเป็นธรรม เมียชาวสุราษฎร์ฯ แฉสามีถูกผู้ใหญ่บ้านโทรตามให้ไปดูที่เกิดเหตุ แต่กลับถูกจับเป็นแพะคดีร่วมกันฆ่า เผยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่พบความเชื่อมโยง แถมถูกคนในพื้นที่ข่มขู่จนอยู่ไม่ได้

เมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 7 ม.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางสมบัติ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี พร้อมด้วยหลานชาย พร้อม จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณี นายขำ จันโชติ อายุ 54 ปี สามี ถูกตัดสินจำคุก 21 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทั้งที่ยืนยันความบริสุทธิ์มาโดยตลอด และผู้ก่อเหตุตัวจริงได้รับสารภาพแล้ว
เปิดปมคดี “ผู้ใหญ่บ้านโทรตามให้ไปดูศพ แต่กลายเป็นคนยิง”

นางสมบัติ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ในพื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ไชยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี วันเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านได้โทรศัพท์มาหาศามี บอกว่ามีเหตุยิงกันตายให้ช่วยไปดูหน่อย แต่เมื่อสามีไปถึงที่เกิดเหตุกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พร้อมตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและ พรบ.อาวุธปืน โดยอ้างว่าสามีถูกบังคับให้เซ็นรับสารภาพในชั้นจับกุมแต่เจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด
พิรุธหลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ไม่โยง-มือปืนสารภาพทำคนเดียว
นางสมบัติ ระบุว่า ตลอด 3 ปีที่ต่อสู้คดี มีหลักฐานชัดเจนว่าสามีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ประกอบด้วยผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่พบลายนิ้วมือบนอาวุธปืน และไม่พบเขม่าดินปืนที่ตัวสามี
ยานพาหนะ รถที่ใช้ก่อเหตุไม่ใช่ของสามี นอกจากนี้ยังมีพยานบุคคล ซึ่งเป็นอดีตภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว เคยยืนยันว่าวันเกิดเหตุสามีอยู่บ้านตลอดเวลา

ตลอดจนคำสารภาพผู้ก่อเหตุ ตัวจริงซึ่งเป็นจำเลยที่สองในคดีเดียวกัน ได้รับสารภาพต่อศาลอุทธรณ์ว่าไปกับภรรยาสองคน ยิงเพราะผู้ตายเข้ามาขโมยปาล์มในสวน ซึ่งสวนอยู่ห่างจากสวนของสามีตนกว่า 1 กิโลเมตร
“ที่น่าเสียใจ คือ จำเลยที่สอง คนยิงตัวจริงศาลฎีกาตัดสิน ลดโทษจำคุกเหลือ 13 ปี 7 เดือน แต่สามีฉันซึ่งเป็นแพะและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ จำคุก 21 ปี และถูกส่งเข้าเรือนจำไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา”
นางสมบัติ ยอมรับว่าสามีเคยมีปัญหาเรื่องขโมยปาล์มกับผู้ตายจริง แต่เคลียร์จบไปหลายปีแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเพียงคนในหมู่บ้าน ไม่ได้สนิทสนมกัน หลังจากสามีถูกตัดสินจำคุก ตนเองกลับถูกคนในพื้นที่ข่มขู่จนหวาดกลัว ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ จึงตัดสินใจเดินทางจากสุราษฎร์ธานีมาขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ กล่าวว่า เรื่องนี้มีพิรุธหลายจุด โดยเฉพาะเรื่องพยานแวดล้อมที่อ้างว่าห้ามไม่ให้สามีผู้ร้องยิง ทั้งที่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่สอดคล้อง หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อมอบหลักฐานและหาแนวทางรื้อฟื้นคดี หรือขอความเป็นธรรม พร้อมเตรียมพาไปยื่นเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
