กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายธานุกรหรือมิ้งก์ อายุ 30 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการของตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดและเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 822/2569 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569
โดยสามารถ จับกุมได้ที่ บริเวณด้านหน้าอาคารย่านคลอง 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ผู้เสียหายได้โพสต์ขายสนามเด็กเล่น (แบบติดตั้ง) ผ่าน Facebook เพจ “MTR Group.,co.ltd.” ต่อมาได้มีหญิงใช้บัญชี Facebook ชื่อ “Chor Thip KARAK” (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “Karak Chor Thip”) ติดต่อเข้ามาอ้างตัวว่าเป็นนายทหารยศร้อยเอก สังกัดมณฑลทหารบกที่ 13 จังหวัดลพบุรี โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นทหารหญิง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนตกลงสั่งซื้อสนามเด็กเล่นและนัดหมายให้เข้าไปติดตั้งภายในค่ายทหาร ระหว่างการติดต่อ คนร้ายได้อ้างว่าต้องการเบิกงบประมาณราชการในคราวเดียว จึงขอให้ผู้เสียหายช่วยจัดซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ได้แก่ ถังดับเพลิง แผงกั้นจราจร และจานถาดหลุม พร้อมแนะนำร้านค้าที่อ้างว่าเป็นร้านของคนรู้จักในค่ายทหาร โดยให้ติดต่อผ่านบัญชี LINE หลายบัญชี และยืนยันว่าสามารถจัดหาสินค้าได้ อีกทั้งส่งภาพการติดตั้งและการส่งมอบสินค้ามาให้ผู้เสียหายดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีการดำเนินการจริง จึงทยอยโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีธนาคารของบุคคลต่าง ๆ ตามที่คนร้ายแจ้ง เมื่อถึงวันนัดติดตั้งสนามเด็กเล่น คนร้ายยังคงอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อประวิงเวลาพร้อมหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่า “ดูแลเจ้าหน้าที่” เพื่อให้สามารถตรวจรับงานของทางราชการได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินตามคำสั่ง รวมยอดเงินที่โอนไปทั้งสิ้น 619,250 บาท
ภายหลังผู้เสียหายและพนักงานเดินทางไปรอที่มณฑลทหารบกที่ 13 ตามวันและเวลานัดหมาย แต่ไม่มีผู้ใดมาติดต่อและไม่สามารถติดต่อผู้ที่อ้างตัวเป็นทหาร รวมถึงบุคคลที่อ้างว่าเป็นร้านค้าและผู้ประสานงานได้อีก ผู้เสียหายจึงตรวจสอบกับมณฑลทหารบกที่ 13 และทราบว่าไม่มีนายทหารตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งเคยมีผู้เสียหายรายอื่นถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายร่วมกันวางแผนหลอกลวง โดยใช้การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร สร้างธุรกรรมซื้อขายสินค้าปลอม อันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายเป็นเงิน 619,250 บาท ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

พฤติการณ์มิจฉาชีพ กลุ่มมิจฉาชีพจะค้นหาผู้ประกอบการที่ประกาศขายสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ เช่น ทหาร หรือหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และหลอกสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูง พร้อมอ้างให้ผู้เสียหายช่วยจัดซื้อสินค้าอื่นเพิ่มเติม โดยแนะนำร้านค้าที่เป็นเครือข่ายของคนร้ายเอง ระหว่างการซื้อขาย คนร้ายจะส่งหลักฐานหรือรูปภาพปลอมเพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อว่ามีการส่งมอบสินค้าและดำเนินงานจริง ก่อนหลอกให้โอนเงินค่าสินค้า รวมถึงเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมโดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการหรือค่าดูแลเจ้าหน้าที่ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินแล้ว คนร้ายจะตัดการติดต่อทันที ทำให้ผู้เสียหายทราบภายหลังว่าถูกหลอกลวงและไม่เคยมีการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานราชการตามที่กล่าวอ้าง

พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายธานุกรหรือมิ้งก์ สระทองแซว อายุ 30 ปี นั้นหลบหนีมาอาศัยอยู่แถวย่าน ตำบลคลอง 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายอัฐพงศ์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินตามคำสั่ง รวมยอดเงินที่โอนไปทั้งสิ้น 619,250 บาท

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้สมัครเล่นพนันออนไลน์ ผ่านทางในเว็ปไซต์ จำนวน 3 เว็ปไซต์ จะต้องผูกบัญชีธนาคารเพื่อทำการโอนเงิน เข้า-ออก ทั้ง 3 เว็ปไซต์ ซึ่งตนมีบัญชีธนาคารผูกไว้ทั้ง 3 เว็ปไซต์ ต่างบัญชีกัน ก่อนหน้านี้ตนได้รับโอนเงินยอดจำนวน 80,000 บาท และ 30,000 บาท แต่ทางเว็ปไซต์พนันออนไลน์ ได้ให้ตนสแกนใบหน้า พร้อมทั้งขอสำเนาบัตรประชาชนเบอร์โทรศัพท์ ก่อนทำการโอนเงินให้ และหลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์บัญชีธนาคารทั้ง 3 บัญชีกลับโดนอายัดทั้งหมด ตนไม่ทราบสาเหตุ และไม่ได้เอะใจอะไร เบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
