“จ่าคิงส์” พาหญิง พึ่งกองปราบ อ้างโดนข้างบ้านคุกคาม-ปล่อยคลื่นไฟฟ้ารบกวน จนพ่อแม่เครียดจัดป่วยติดเตียง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.69 ที่บริเวณริมฟุตบาทหน้าแดนเนรมิตเก่า “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” ได้พา น.ส.ฝน ศิรารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ผู้เสียหายซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางคดี หลังครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากพฤติกรรมของเพื่อนบ้าน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับคุกคามส่งเสียงดังและปล่อยคลื่นกระแสไฟฟ้ารบกวน จนทำให้บิดามารดาซึ่งเป็นผู้สูงอายุล้มป่วยสะสม

น.ส.ฝน ศิรารัตน์ เปิดเผยว่า ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเรื่องเสียงจากบ้านคู่กรณี ซึ่งเป็นบ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โดยมีการทุบบ้านให้เกิดเสียงดังสนั่นทั้งกลางวันและกลางคืน เอะอะโวยวาย และซ้ำร้ายยังมีอาการผิดปกติคล้ายการปล่อยคลื่นกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้ระบบไฟที่บ้านของตนส่งเสียงดัง “หึ่งๆ” สะท้อนอยู่ทั่วบ้านตลอดเวลา แม้จะปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกดวงในบ้านช่วงกลางดึกแล้วก็ตาม

“บ้านทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว พื้นที่ติดกันไม่มีรั้วกั้น เดิมทีตั้งแต่ปี 2566 มีแค่การรวมกลุ่มดื่มเหล้าส่งเสียงดัง แต่เสียงกระแสไฟฟ้าเริ่มมารบกวนหนักช่วงปี 2568 ส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านเป็นอย่างมาก” น.ส.ฝน ศิรารัตน์ กล่าว

ผลกระทบจากการคุกคามทางเสียงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บิดาและมารดาซึ่งเป็นผู้สูงอายุไม่ได้นอนหลับพักผ่อน ร่างกายทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยมารดา เกิดอาการหน้ามืด อาเจียน และล้มลงจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในปัจจุบัน ส่วนบิดา มีภาวะความดันโลหิตสูง บ่นปวดศีรษะ เหม่อลอย และอยู่ในภาวะเครียดสะสม

ทั้งตัวเอง และ หลานสาว อีกคนที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกันนี้ ก็มีอาการปวดหูและหูอื้ออย่างรุนแรง ไป รพ.ซึ่งแพทย์เฉพาะทางได้ออกใบรับรองแพทย์ระบุชัดเจนว่า

“ประสาทหูเริ่มเสื่อมเล็กน้อยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเสียงเป็นเวลานาน”

น.ส.ฝน ศิรารัตน์ ระบุต่อว่า พฤติกรรมนี้โยงใยกับคนของบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถึง 2 หลัง (ทั้งบ้านผู้ช่วยชายและบ้านผู้ช่วยหญิง) โดยคู่กรณีคือ สามี พี่ชาย และหลานชายของผู้ช่วยหญิง ซึ่งมักจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาเบิ้ลเครื่องเสียงดังหน้าบ้าน ปาหินใส่ข้างบ้าน ไปจนถึงการชักนำกลุ่มผู้ติดยาเสพติดมาร่วมข่มขู่คุกคาม และเคยใช้หนังสติ๊กยิงลูกหินใส่หลังคาบ้านจนหวาดกลัวกันทั้งบ้าน

ที่ผ่านมาตนเคยร้องเรียนไปทั้งศูนย์ดำรงธรรม, สภ.มารวิชัย, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนเขียนจดหมายส่งถึงศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล 1111 และล่าสุดเพิ่งไปแจ้งความเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่เรื่องกลับนิ่งเฉยไม่มีความคืบหน้า คาดว่าเป็นเพราะคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในระดับท้องถิ่น ตนไม่รู้จะหันไปพึ่งใครจึงต้องมาหาจ่าคิงส์ในวันนี้

ด้าน จ่าคิงส์ สะพานใหม่ กล่าวว่า วันนี้ตนพาผู้เสียหายมาร้องขอความเป็นธรรมที่กองปราบฯ เนื่องจากเห็นว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มีหลักฐานใบรับรองแพทย์ยืนยันเรื่องอาการหูเสื่อมชัดเจน อีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับท้องถิ่น กลับปล่อยให้มีการคุกคามชาวบ้าน

“ยอมรับว่าตนเองยังไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงกระแสไฟฟ้าดังกล่าวตามผู้เสียหายร้องทุกข์กับตน แม้จะมีการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าของอยุธยาแล้วก็ตามแต่ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ นอกจากพาเข้าพบตำรวจกองปราบปรามแล้วอยากจะฝากไปถึงอาจารย์”อ๊อด พุทธวงศ์“นักวิชาการชื่อดัง ถ้าเป็นไปได้อยากจะขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าเสียงดังกล่าวมาจากที่ใดจะได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดต่อไป“

หลังจากนี้จะพาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวัน ตรวจสอบพยานหลักฐาน และจะเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง คืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองประกอบการปราบปรามได้โทรประสานไปยังสภ. มารวิชัย ให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหายตามกฎหมายต่อไปต่อไป

About The Author

Related posts