เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านประมาณ 50 คน จากหมู่ 1 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม นำโดย นายสุจิน ศักดิ์ภาพ อายุ 62 ปี ตัวแทนชาวบ้าน เดินทางมายัง ศาลากลางจังหวัดนครปฐม เพื่อยื่นหนังสือถึง นางสาวอโณชา นันท์มนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ขอให้ทบทวนคำสั่งปลด นางสาวจารีนี มีกำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลดอนยายหอม ซึ่งถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังมีการร้องเรียนด้านจริยธรรม โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

ในหนังสือร้องเรียน ชาวบ้านระบุว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โดยเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เป็นที่พึ่งของประชาชน ได้รับความไว้วางใจจากคนในพื้นที่ และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาทบทวนคำสั่งเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใหญ่บ้าน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร้องเรียนเป็นคู่แข่งที่พ่ายแพ้ในการเลือกผู้ใหญ่บ้าน จึงเกรงว่าการดำเนินการอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการให้จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัด ได้รับแจ้งว่าผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจไปราชการ จึงมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมออกมารับเรื่องแทน แต่กลุ่มชาวบ้านยืนยันว่าต้องการให้ฝ่ายบริหารจังหวัดลงมารับฟังข้อเรียกร้องด้วยตนเอง

ต่อมา นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้ลงมาพบกลุ่มชาวบ้าน พร้อมรับหนังสือร้องเรียนไว้พิจารณา และชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาว่า การได้มาซึ่งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน แม้จะผ่านการคัดเลือกและได้รับการรับรองแล้ว แต่ภายหลังยังต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎหมาย เมื่อมีหนังสือร้องเรียนเข้ามา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุด รักษาการนายอำเภอเมืองนครปฐม มีคำวินิจฉัยว่า ผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น จึงมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามกระบวนการของกฎหมาย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการ พร้อมกล่าวว่า “อะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็อยู่ไม่ได้ ทุกอย่างต้องดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย”

สำหรับประเด็นที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคดียาเสพติดในอดีต รองผู้ว่าฯ อธิบายว่า การพิจารณาไม่ได้อยู่ที่การกระทำผิดซ้ำหรือการรับโทษทางอาญา แม้คดีจะสิ้นสุดและศาลมีคำพิพากษารอการลงโทษจำคุกแล้วก็ตาม แต่ฝ่ายปกครองนำ พฤติการณ์ตามคำพิพากษาของศาล มาพิจารณาประกอบว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียในทางศีลธรรม ตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับโทษในคดีอาญา

รองผู้ว่าฯ ยังยกตัวอย่างว่า ในหลายกรณี แม้ผู้กระทำผิดจะยังไม่ได้รับโทษจำคุก หรือไม่ได้กระทำผิดซ้ำ แต่หากพฤติการณ์เข้าข่ายเสื่อมเสียในทางศีลธรรม ก็สามารถถูกวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งได้ โดยสาระสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การพิจารณาคุณสมบัติและพฤติการณ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่การลงโทษในคดีอาญา

พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยังชี้แจงข้อสงสัยของชาวบ้านเกี่ยวกับการเลือกผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการเลือกผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายและการพิจารณายังอยู่ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ชาวบ้านมั่นใจว่าการดำเนินการของจังหวัดจะเป็นไปตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ภายหลังการชี้แจง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม ได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนชาวบ้าน เพื่อนำเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมรับทราบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านจะแยกย้ายเดินทางกลับโดยสงบ.
