กมธ.ทหารฯ นัดถกเคาะพิมพ์เขียว “Offset Policy” ปฏิวัติงบซื้ออาวุธหมื่นล้าน ดึงบิ๊กเทคโลกถ่ายทอดเทคโนโลยี พลิกโฉมกองทัพยุคใหม่

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นัดที่ 3 ประชุมร่วมเรื่องความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อกลไกนิติบัญญัติระดับชาติกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อปฏิรูประบบการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพ ล่าสุดสำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่อนหนังสือด่วนที่สุด นัดหมายคณะอนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Offset Policy” ของกระทรวงกลาโหม

การในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติในที่ประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องและความชัดเจนของคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการผลักดันนโยบายต่างตอบแทนทางการค้าและเทคโนโลยี โดยมีวาระไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “เรื่องพิจารณา” ซึ่งเป็นการลงลึกในรายละเอียดเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างพระราชบัญญัติ…ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรม พ.ศ. ….” กฎหมายฉบับสำคัญที่จะกลายมาเป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนเม็ดเงินงบประมาณจัดซื้ออาวุธที่เคยสูญเสียออกนอกประเทศ ให้กลับคืนมาในรูปแบบของการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง การร่วมทุน หรือการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ

สำหรับนโยบาย “Offset Policy” หรือนโยบายชดเชยทางการค้า ถือเป็นโมเดลที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง โดยกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตต่างชาติที่ชนะการประมูล ต้องยอมรับเงื่อนไขในการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ประเทศผู้ซื้อ เช่น การตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนในไทย การฝึกอบรมทักษะวิศวกรรมชั้นสูง หรือการเปิดทางให้สินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งการประชุมที่รัฐสภาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเซ็ตระบบและวางโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่า กองทัพไทยจะไม่ได้เพียงแค่ “อาวุธ” มาใช้งาน แต่ประเทศชาติจะได้ “องค์ความรู้และโอกาสทางเศรษฐกิจ” กลับคืนมาอย่างคุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์

About The Author

Related posts