“ทนายรณณรงค์”พาสาวขายปุ๋ย ร้องกองปราบหลังถูกแก๊งอ้าง ‘ตำรวจ’ พยายามอุ้มขณะมอบเงินซื้อรถมือสอง แจ้งความท้องที่กลับนิ่งเฉย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 ม.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม นายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน หรือรองเจมส์ รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้เสียหายหญิงรายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. หลังผู้เสียหายอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดกระบี่
โดยกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจล็อกตัวหวังอุ้มขึ้นรถเหตุขอคืนเงินซื้อขายรถกระบะ แฉซ้ำถูกคุกคามลามถึงสนามบิน หวั่นอิทธิพล “รองคนดัง” ในพื้นที่ภาคใต้ทำคดีไม่คืบ

น.ส.เดือน (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ชาว จ.อุดรธานี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนทำงานขายปุ๋ย อยู่ที่ จ.ชลบุรี แต่หารายได้พิเศษ ด้วยการซื้อรถบ้านมือสองมาขายต่อ ได้ติดต่อซื้อรถกระบะสีขาวผ่านนายหน้า โดยจ่ายเงินสดไปแล้ว 250,000 บาท แต่ต่อมาพบความผิดปกติของตัวรถและเอกสารจึงขอยกเลิกการซื้อขาย ทันทีที่ปฏิเสธการซื้อ กลับมีชายฉกรรจ์ 2 คน บุกเข้าล็อกตัวและพยายามลากขึ้นรถเก๋งสีเขียว โดยกลุ่มชายดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” พร้อมข่มขู่กักขังหน่วงเหนี่ยวจนเกิดความหวาดกลัว

หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.อ่าวลึก ภ.จว.กระบี่ แต่กลับพบความผิดปกติหลายประการ ทั้งมีการปกปิดสำนวน พนักงานสอบสวนให้เพียงสำเนาบันทึกประจำวัน แต่ไม่ให้ดูรายละเอียดคำให้การ นอกจากนี้ยังบ่ายเบี่ยงหลักฐาน เมื่อขอให้เช็กกล้องวงจรปิดเพื่อดูทะเบียนรถคนร้าย กลับอ้างว่าปั๊มน้ำมันไม่ให้ความร่วมมือ
ก่อนจะปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นบุคคลที่นำทรัพย์สินกระเป๋าถือและโทรศัพท์ขิงตนที่หายไปมาคืนที่โรงพัก แต่ตำรวจกลับไม่ควบคุมตัวหรือสอบปากคำ ซ้ำยังตวาดใส่ตนในลักษณะ “หมิ่นประมาท” เมื่อถูกทักท้วง


น.ส.เดือน กล่าวเพิ่มเติม มีความพยายามจะเคลื่อนย้ายรถคันที่เป็นปัญหาออกจากโรงพักอย่างมีเงื่อนงำ
นอกจากนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุมีการแอบอ้างชื่อ “รอง” ท่านหนึ่งซึ่งเป็นตำรวจผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ว่าเป็นเจ้าของเคสนี้ นอกจากนี้ตนยังถูกคุกคามไม่เลิก โดยล่าสุดขณะเดินทางกลับไปที่สนามบินกระบี่ มีชายหัวเกรียนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ พยายามเข้ามาประชิดตัวและขอเบอร์โทรศัพท์ถึง 3 ครั้ง จนต้องอยู่อย่างหวาดผวาและนอนไม่หลับ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนประสานไปยัง สภ.อ่าวลึก ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไป
