เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นายประศม สุขแสวง ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพฯ พร้อมสมาชิกเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคการเมือง 4 พรรค ที่คาดหมายว่าจะได้เป็นพรรคการเมืองที่ได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้แก่ 1. พรรคประชาชน 2. พรรคเพื่อไทย 3. พรรคภูมิใจไทย 4.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอนโยบายสำคัญเพื่อให้ดำเนินการ ถ้ามีโอกาสได้เป็นรัฐบาล โดยในหนังสือถึง 4 หัวหน้าพรรคการเมือง เรียกร้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรด้วยโซเชี่ยลมีเดียและสร้างแรงจูงใจจากส่วนแบ่งค่าปรับให้กับผู้แจ้ง

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิเมาไม่ขับ โดยนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้เล็งเห็นถึงอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยได้นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยมากมายมหาศาลจากข้อมูลในปีพ.ศ 2565 มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 17,379 คน บาดเจ็บ 925,506 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 500,000 ล้านบาท เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและการรณรงค์ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏพบว่ามีพรรคการเมืองใดที่มีโอกาสได้เข้ามาบริหารประเทศให้ความสำคัญกับนโยบายลดความสูญเสียทางถนนที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ในโอกาสที่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่อำนาจการตัดสินใจเป็นของประชาชนในการเลือกพรรคการเมืองที่จะเข้าไปบริหารประเทศ
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ จึงได้รวมตัวมายื่นหนังสือให้กับพรรคให้พิจารณารับข้อเสนอนโยบายลดความสูญเสียทางถนนกำหนดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนเมื่อได้เข้าไปบริหารประเทศ ดังนี้ 1. ขอให้พรรคประชาชนแก้กฎหมายกำหนดให้ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎจราจรได้รับส่วนแบ่งค่าปรับร้อยละ 50 เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนช่วยเป็นอาสาตาจราจรจัดการกับคนที่ไม่เคารพกฎจราจรสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอันเป็นสาเหตุซึ่งสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์บนท้องถนน 2. ขอให้พรรคประชาชนแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการให้หน่วยงานภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณจัดหาหมวกกันน็อคสนับสนุนให้เด็กๆ ที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ได้สวมใส่ ทั้งนี้เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนอีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังการเคารพกฎจราจรตั้งแต่เยาว์วัย เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยและเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการบริหารจัดการดังกล่าว ขณะที่สถิติในปัจจุบันมีเด็กๆ สวมใส่หมวกกันน็อคเพียงร้อยละ 7 ซึ่งถ้าปล่อยให้สภาพเป็นไปเช่นนี้เสมือนเป็นการเพราะบ่มเด็กเยาวชนที่จะเติบโตในอนาคตให้เป็นบุคคลที่ไม่เคารพกฎจราจร และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน ในนามของเครือข่ายเหยื่อมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ พวกเราหวังว่าข้อเสนอของพวกเราจะได้รับการพิจารณาจากพรรค กำหนดเป็นนโยบายเมื่อพรรคประชาชนได้เข้าไปบริหารประเทศ
( ประศม สุขแสวง ) เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ
สำนักงานมูลนิธิเมาไม่ขับ
02-5750101, 025750044
