ทลายแก๊งสแกมเมอร์ไฮบริด คดียาเสพติดลามหลอกขาย “โกคาร์ททิพย์” เมียเหยียบมิดไมล์ทิ้งผัวแหกวงล้อม

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. และทีมสืบ บช.น. ขยายผลการสืบสวนคดียาเสพติดออนไลน์ จนสามารถแกะรอยตามจับกุม 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์รายใหญ่ที่ปรับแผนประทุษกรรม “กินน้อย แต่กินนาน” หลอกขายสินค้าผ่าน TikTok ก่อนตระเวนกดเงินสดส่งนายทุนแลกยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายบุณยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน น.ส.ลลิตา หรือ “อุ้ยอ้าย” อายุ 29 ปี แฟนสาว และ น.ส.นาคตยา อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 3 ถุง, เคตามีน 1 ถุง, เงินสด 50,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และสลิปการทำธุรกรรมฝาก-ถอนเงินสดจำนวนมาก

ปฏิบัติการไล่ล่าเกิดขึ้นบริเวณถนนพระราม 2 ซอย 47 ขณะเจ้าหน้าที่เข้าชาร์จจับกุมนายบุณยวัฒน์ ขณะกำลังกดเงินสดแบบไม่ใช้บัตรคาตู้ ATM ด้าน น.ส.อุ้ยอ้าย แฟนสาวที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนรถ ได้ตัดสินใจกระโดดข้ามมายังฝั่งคนขับ แล้วเหยียบคันเร่งแหกวงล้อมตำรวจหนีอย่างดุเดือด ขับฝ่าสัญญาณไฟแดงและแหกโค้งไปเฉี่ยวชนรถประชาชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะสืบทราบว่าหนีไปซ่อนตัวภายในปั๊มน้ำมันย่านถนนพุทธบูชา เจ้าหน้าที่จึงกดดันเข้าจับกุมไว้ได้ ตรวจค้นในรถพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ โดย น.ส.อุ้ยอ้าย อ้างว่าเสพยาไอซ์จนเกิดอาการใจสั่น ตระหนกตกใจจึงตัดสินใจขับรถหนี

LEADTOOLS v20.0

จากนั้นได้ขยายผลเข้าค้นบ้านพักในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 ยึดเคตามีนและสลิปการทำธุรกรรมได้อีกจำนวนมาก

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้เปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เคยใช้นอมินีสแกนใบหน้าโอนเงิน มาเป็นการใช้ “ม้าสายถอน” ตระเวนกดเงินสดแบบไม่ใช้บัตรตามตู้ ATM โดยรับรหัสและ QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram จากบอสใหญ่ฝั่งเมียนมา เพื่อหลบเลี่ยงการอายัดบัญชี

นอกจากนี้ยังใช้แผนประทุษกรรมใหม่ เปิดช่อง TikTok ตัดต่อคลิปรถโกคาร์ทและสินค้าหลากหลายชนิดในราคาถูกผิดปกติ สร้างโปรไฟล์ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงเยาวชนและประชาชนทั่วไป เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า เงินจะถูกตระเวนถอนออกเป็นเงินสดทันทีเพื่อนำไปซื้อทองคำและแลกเปลี่ยนเป็นยาเสพติด

LEADTOOLS v20.0

จากการสอบสวน นายบุณยวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนและแฟนสาวเคยทำงานเป็นแอดมินแก๊งสแกมเมอร์ในเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ในรูปแบบ “หลอกให้รักแล้วชวนเทรดหุ้น” (Romance Scam) โดยใช้วิธีสุ่มแอดไลน์ข้าราชการชายที่มีฐานะ ชวนคุยตีสนิท 2 สัปดาห์ก่อนหลอกเงิน ซึ่งตนมีความชำนาญสูงจนบอสชาวจีนเรียกเงินประกันถึง 900,000 บาทก่อนยอมปล่อยตัวกลับไทย ต่อมาเมื่อธุรกิจขายหมูปิ้งขาดทุน จึงหันมารับจ้างเป็นม้าสายถอนตระเวนกดเงินสดวันละ 100,000–500,000 บาท ให้กับเครือข่ายเพื่อนเก่าที่ปัจจุบันขึ้นเป็นระดับบอสในประเทศเมียนมา

LEADTOOLS v20.0

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ให้พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม และส่งผู้ต้องหาที่ 3 ให้ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

About The Author

Related posts