“จราจรลุมพินีแจงปม ‘ลีน่าจัง’ ไลฟ์แฉแท็กซี่หน้าห้างดัง ยืนยันไม่มีส่วยรายเดือน ชี้พื้นที่เป็น ‘บัสสต็อป’ ไม่ใช่บัสเลน พร้อมลุยจับแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์-ปฏิเสธผู้โดยสาร”

จากกรณีที่ ลีน่าจัง ไลฟ์สดต่อว่ารถแท็กซี่ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสารบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ช่องทางรถโดยสารประจำทางของรถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถประเภทอื่น รวมถึงพาดพิงการทำงานของตำรวจจราจร สน.ลุมพินี โดยตั้งคำถามว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือมีการเรียกรับผลประโยชน์รายเดือนจากผู้ขับขี่หรือไม่

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ศรัณย์ พิชิตมโน สารวัตรจราจร สน.ลุมพินี, ส.ต.อ.อิทธิเดช คุปตพงศ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ลุมพินี (อินโฟเพจ “ตัวร้ายสายสุขุมวิท”) และ ส.ต.ท.โชคชัย มะลาศรี หรือ “ตำรวจกรุงเตบ” ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ลุมพินี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี และ พ.ต.ท.โรจนินทร์ ธิติภัสสราวงศ์ รองผู้กำกับการจราจร สน.ลุมพินี

เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า จุดที่เป็นประเด็นหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ใช่ “บัสเลน” แต่เป็น “บัสสต็อป” หรือจุดจอดรถโดยสารประจำทาง ซึ่งรถทุกประเภทสามารถใช้ช่องทางผ่านได้ เพียงแต่บริเวณป้ายหยุดรถโดยสารจะต้องไม่จอดกีดขวางการรับ-ส่งผู้โดยสาร จึงทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นช่องทางเฉพาะรถเมล์เหมือนในต่างประเทศ

นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวมีป้ายจราจรและเครื่องหมายบนพื้นทางระบุไว้อย่างชัดเจน โดยก่อนถึงจุดจอดรถโดยสารจะมีพื้นที่สีเขียวพร้อมข้อความว่ารถทุกชนิดสามารถผ่านได้ ส่วนบริเวณพื้นสีเหลืองจึงเป็นพื้นที่บัสสต็อปสำหรับรถโดยสารประจำทาง

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหาว่า สน.ลุมพินีเรียกรับผลประโยชน์หรือเก็บรายเดือนจากรถแท็กซี่และรถสามล้อ เพื่อให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน และได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส

ส่วนปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนอยู่เป็นประจำ หากประชาชนพบเห็นและมีตำรวจอยู่ในพื้นที่ สามารถแจ้งให้ดำเนินการจับกุมได้ทันที โดยความผิดฐานปฏิเสธรับผู้โดยสารมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และเมื่อส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบก จะมีมาตรการทางวินัยเพิ่มเติม เช่น พักใช้ใบอนุญาตและเข้ารับการอบรม หากกระทำผิดซ้ำตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งฯ

ในส่วนของรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถทั่วไปที่จอดแช่บริเวณหน้าศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีความผิดได้ 2 กรณี คือ จอดในเขตห้ามจอด และ จอดกีดขวางการจราจร ซึ่งมีโทษปรับรวมประมาณ 1,000 บาท โดยตำรวจจราจรมีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มองว่าบทลงโทษในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเพียงพอ เนื่องจากแท็กซี่บางส่วน โดยเฉพาะบริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ มักไม่กดมิเตอร์และเลือกให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้รายได้จากการวิ่งแต่ละเที่ยวสามารถนำมาชำระค่าปรับได้โดยไม่รู้สึกถึงผลกระทบ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวและลดการกระทำผิดอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุด ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี ฝากถึงผู้ขับขี่รถแท็กซี่ว่า หากไม่ประสงค์จะรับผู้โดยสาร ควรปิดไฟว่างให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียเวลาเรียกใช้บริการ พร้อมขอให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถสาธารณะรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ของวิชาชีพ เพราะการปฏิเสธผู้โดยสารหรือไม่กดมิเตอร์ส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยรวม

ขณะเดียวกัน ยังฝากถึงประชาชนให้ทำความเข้าใจว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็น “บัสสต็อป” ไม่ใช่ “บัสเลน” และมีป้ายจราจรอธิบายไว้อย่างชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้ช่องทางดังกล่าวในอนาคต

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี พบว่าบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์มีการติดตั้งป้ายจราจร 2 ลักษณะ โดยป้ายแรกระบุให้รถโดยสารประจำทางใช้ช่องทางซ้ายสุด ขณะที่อีกป้ายระบุว่า “รถทุกชนิดสามารถใช้ช่องทางซ้ายสุดได้” นอกจากนี้ บนพื้นผิวการจราจรยังมีการทำเครื่องหมายแบ่งพื้นที่ก่อนถึงจุดจอดรถโดยสาร และบริเวณป้ายรถเมล์มีการระบุเป็น “Bus Stop” หรือจุดรับ-ส่งผู้โดยสารของรถโดยสารประจำทางอย่างชัดเจน

จากการตรวจสอบพบว่า ลักษณะการติดตั้งป้ายและเครื่องหมายบนพื้นผิวถนนอาจทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และมองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น “บัสเลน” หรือช่องทางเดินรถเฉพาะรถโดยสารประจำทาง ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเพียง “บัสสต็อป” (Bus Stop) ซึ่งรถทุกชนิดสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อสัญจรผ่านได้ตามปกติ แต่ห้ามจอดแช่หรือจอดกีดขวางบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง เนื่องจากจะมีความผิดตามกฎหมายจราจร

About The Author

Related posts