เหยื่อเมาแล้วขับเข้ายื่นหนังสือจี้กระทรวงศธ.กำหนดนโยบายส่งเสริมเด็กนักเรียนขับขี่-ซ้อนท้ายรถจยย.สวมหมวกกันน็อค 100 %

เมื่อวันที3 สิงหาคม 2569 เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับซึ่งเป็นผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน นำโดยนายประศม สุขแสวง แกนนำเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับพร้อมคณะ ประกอบด้วย น.ส.ดวงพร เต่ยเลี้ยง น.ส.วิรัลพัชร ศรีอินทร์ นางสาวอักษร มานะเปรม น.ส.รจนา ศิริวัฒนา นายมนต์ชัย ตั้งธัชชัย นายศักดา บุญสุขศรี นายนันทวัฒน์ โรจน์วรกุลนิธิ นายอุทัย รัตนชมภู น.ส.พัชรีย์ ศรศรี ได้เดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อยื่นหนังสือขอเสนอนโยบายส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียนต่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยรายละเอียดของหนังสือ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ดังนี้

1. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดนโยบายส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยในระยะแรกขอให้กำหนดเป็นนโยบายภาคสมัครใจของแต่ละสถานศึกษา

2. สถานศึกษาใดที่สนองนโยบายดังกล่าวมีผลงานเชิงประจักษ์ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ขอให้กระทรวงศึกษาธิการมอบรางวัลสถานศึกษาดีเด่น ส่งเสริมความปลอดภัยด้านวินัยจราจรให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และนำสถานศึกษานั้นเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่น ๆ ทำตาม

3. มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับทั่วประเทศพร้อมให้การสนับสนุนวิทยากรที่เป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัยจนกลายเป็นผู้พิการ ร่วมแบ่งปันถ่ายทอดประสบการณ์ความสูญเสียเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับนักเรียนทั่วประเทศ4. มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ พร้อมประสานงานภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนนโยบายส่งเสริมเด็กนักเรียนสวมหมวกนิรภัยเมื่อขับขี่หรือต้องซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ด้วยความเต็มใจ

นายประศม สุขแสวง แกนนำเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เปิดเผยว่าปัจจุบันมีสถิติเด็กนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน อันเกิดจากการขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สูงจนน่าวิตก สาเหตุสำคัญเกิดจากเด็กนักเรียนเหล่านั้นไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อคทำให้เมื่อเวลาเกิดเหตุจึงได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรงและนักเรียนที่บาดเจ็บจำนวนมากเสียชีวิต เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ

ขณะเดียวกันไม่ปรากฏพบว่ากระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียนทั่วประเทศกว่า 6.3 ล้านคน มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมให้นักเรียนสวมใส่หมวกกันน็อคเมื่อต้องขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มายังสถานศึกษาที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เราจึงพบภาพเด็กนักเรียนขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่สวมใส่หมวกกันน็อคเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมอันตราย และยังเป็นการเพาะบ่มการฝ่าฝืนกฎจราจรให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่เยาว์วัย อันจะเป็นปัญหาสืบเนื่องเมื่อเด็กนักเรียนเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่คุ้นชิน ชาชินกับการละเมิดกฎหมาย ส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่และยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอีกด้วย

เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดนโยบายส่งเสริมเด็กนักเรียนขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อค 100 % โดยเร็ว พร้อมทั้งกำหนดเป็น 1 ในตัวชี้วัดของผู้บริหารสถานศึกษาจะมีประโยชน์อันใด

ถ้าลูกหลานไทย เรียนดี เรียนเด่น ความรู้ท่วมหัวแต่ต้องมาตายบนท้องถนนเพราะขาดทักษะการดูแลตัวเอง หน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่ดูแลเรื่องการศึกษาเพียงด้านเดียว ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนด้วย นายประศมกล่าว

About The Author

Related posts