ปิดล้อมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนในวัดบึงทองหลาง กรุงเทพฯ ขณะหนีมาหลบซ่อนตัวที่เอื้ออาทรคู้บอน 27

ตำรวจสน.ลาดพร้าว,สน.คันนายาว พร้อมเจ้าหน้าที่อรินทราช 26 และตำรวจคอมมานโด พร้อมระดมกำลังชุดสืบสวน ปิดล้อมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนในวัดบึงทองหลาง กรุงเทพฯ ขณะหนีมาหลบซ่อนตัวที่เอื้ออาทรคู้บอน 27

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าหลังนายนพรัตน์ใช้อาวุธปืนที่วัดบึงทองหลาง ชุดสืบสวนได้แกะรอยจนทราบว่าเจ้าตัวหนีมาซุกซ่อนอยู่ที่ห้องพักแห่งนี้ซึ่งเป็นห้องที่นายนพรัตน์เช่าอยู่กับแฟน กระทั่งเวลา 02:14 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อม ตำรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด หน่วยอรินทราช จึงนำกำลังบุกเข้าไปภายในห้องและช่วยแฟนสาวของนายนพรัตน์ออกมา ส่วนตัวนายนพรัตน์ พบใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากยังพบชีพจร

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือแฟนสาวออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะพบร่างของนายซันนอนจมกองเลือด มีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะจากการใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเพื่อหนีความผิด เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจและตรวจพบว่ายังมีชีพจร จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อยื้อชีวิต

สำหรับชนวนเหตุสลดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งและโกรธแค้นส่วนตัว โดยแฟนสาวของผู้ต้องหาเป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่วัด เมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตขึ้น ทำให้มีการโต้เถียง ต่อว่า และมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง กอปรกับนายซันมีความแค้นสะสมทั้งต่อผู้เสียชีวิตและเมียของตนเอง จึงได้เตรียมอาวุธปืนมาก่อเหตุยิงคู่กรณีที่วัด ก่อนจะหนีมาจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้เชิญตัวแฟนสาวของผู้ต้องหา รวมถึงญาติและเพื่อนสนิทที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดีตามกฎหมาย ขณะที่พื้นที่เกิดเหตุได้รับการคลี่คลายเรียบร้อยแล้ว ประชาชนในอาคารสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ในส่วนสำหรับสาเหตุ ที่นายนพรัตน์เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายนายโภคัยเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายนพรัตน์รู้จักกับนางสาวณัฐวิภา ซึ่งเป็นแฟนของนายโภคัย และรู้สึกโกรธที่นายโภคัยทำอาวุธปืนลั่นใส่นางสาวณัฐวิภาจนเสียชีวิต

About The Author

Related posts