ตรวจสถานบริการย่านทองหล่อ–เอกมัย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สั่งปิดทันที 3 แห่งไร้ใบอนุญาต

ตำรวจ–กทม. ลุยตรวจสถานบริการย่านทองหล่อ–เอกมัย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สั่งปิดทันที 3 แห่งไร้ใบอนุญาต เฝ้าระวังซอยคาวบอยพื้นที่เสี่ยง

ตำรวจ สน.ทองหล่อ กว่า 50 นาย บูรณาการร่วมกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานบริการย่านทองหล่อ–เอกมัย หลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว คร่าชีวิต 34 ราย พบสถานบริการไม่มีใบอนุญาต 3 แห่ง สั่งปิดทันที พร้อมเตรียมพิจารณาปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง ขณะที่ร้านนั่งเล่น เอกมัย 5 ถูกสั่งหยุดปรับปรุง หลังพบทางหนีไฟและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยยังไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร, รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม., นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม., พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม., พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ พร้อมกำลังตำรวจ สน.ทองหล่อ 50 นาย สำนักงานเขตวัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยแถวก่อนลงพื้นที่ตรวจสถานบริการในย่านทองหล่อ–เอกมัย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการทั่วประเทศ ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 34 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก

พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า การตรวจครั้งนี้ได้นำบทเรียน 10 ข้อจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทาง โดยเน้นตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ทางเข้า–ออก ทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้า ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกชนิดต้องพร้อมใช้งาน หากพบข้อบกพร่อง ผู้ประกอบการต้องเร่งแก้ไขทันที

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เป้าหมายของการตรวจไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยหากพบจุดเสี่ยงที่อาจกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ต้องเร่งแก้ไขทันทีและติดตามผลจนเป็นไปตามมาตรฐาน

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีสถานบริการและสถานประกอบการที่ต้องตรวจสอบประมาณ 1,100 แห่ง โดยช่วงเร่งด่วนจะเน้นตรวจสถานที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากและมีความเสี่ยงสูง พร้อมตั้งเป้าตรวจให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน ส่วนที่เหลือจะดำเนินการให้ครบภายใน 60 วัน

สำหรับพื้นที่เขตวัฒนา พบว่ามีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 19 แห่ง และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตวัฒนาอีก 74 แห่ง โดยสำนักงานเขตได้เข้าตรวจแล้ว 34 แห่ง พบไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 แห่ง จึงมีคำสั่งปิดทันที และอยู่ระหว่างพิจารณาสั่งปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ซอยคาวบอย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น มีอาคารก่อสร้างมานานและมีสภาพแออัด จึงถูกจัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ต่อมาเวลา 20.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจร้าน “นั่งเล่น” ภายในซอยเอกมัย 5 พบว่าประตูหนีไฟด้านหลังไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจน ส่วนถังดับเพลิงมีติดตั้งเพียงบางจุดและไม่อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน จึงเห็นว่ายังไม่เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และมีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแก้ไข เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจซ้ำ หากผ่านมาตรฐานจึงจะอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการได้

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ระหว่างวันที่ 13–18 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสถานบริการและสถานบันเทิงทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วรวม 573 แห่ง และจะเดินหน้าบูรณาการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกในอนาคต.

About The Author

Related posts