วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ในที่รัฐสภาฯ นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ได้ลุกขึ้นอภิปรายประกาศจุดยืนสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาล พร้อมทั้งสร้างความฮือฮาด้วยการหยิบยกตัวเลขงบประมาณมหาศาลมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพเด่นชัด โดยระบุว่า งบประมาณปีนี้ที่มีมูลค่าสูงถึง 3,788,000 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่มโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย หากนำมาคำนวณในเชิงเปรียบเทียบเทียบเท่ากับน้ำหนัก โดยให้เงิน 1 ล้านบาทเท่ากับ 1 กิโลกรัม งบประมาณทั้งหมดจะมีน้ำหนักรวมกันถึง 3,788,000 กิโลกรัม หรือหากแบ่งใส่รถบรรทุกคันละ 20 ตัน (20,000 ล้านบาท) จะต้องใช้รถบรรทุกมากถึง 190 คัน และเมื่อนำรถบรรทุกเหล่านั้นมาจอดต่อแถวเรียงกัน จะได้ระยะทางยาวเหยียดถึง 2.5 กิโลเมตรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นายราเชนได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า แม้ภาพรวมของงบประมาณจะดูสูงมาก แต่แท้จริงแล้วโครงสร้างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 72 ถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือนข้าราชการและสวัสดิการแห่งรัฐ ในขณะที่งบประมาณสำหรับการลงทุน ซื้อ ซ่อม และสร้าง เพื่อนำมาพัฒนาประเทศโดยตรงนั้น มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 27.33 หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1.27 ล้านล้านบาทเศษเท่านั้น ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์หรือความพยายามที่จะปรับลดงบประมาณในส่วนต่างๆ จึงควรทำอย่างรอบคอบและพุ่งเป้าไปที่การจัดสรรใหม่เพื่อประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ นายราเชน ตระกูลเวียง ส.ส.พรรคทางเลือกใหม่ ยังได้เสนอแนะให้รัฐบาลนำงบประมาณที่อาจมีการปรับลดจากส่วนอื่นๆ ไปสนับสนุนใน 2 นโยบายสำคัญ เรื่องแรกคือ “นโยบายเงินผดุงเกียรติ” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มทหารผ่านศึกที่ปัจจุบันยังคงไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เสียสละเพื่อประเทศชาติแต่กลับถูกละเลยเมื่อเทียบกับสวัสดิการด้านอื่นๆ ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนประเด็น สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน โดยนายราเชนเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเริ่มแสดงท่าทีที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของไทยอย่างเห็นได้ชัด มีรายงานว่ามีการเคลื่อนกำลังพลและนำรถทางการทหารจากประเทศจีนมาประชิดแนวชายแดนเพื่อข่มขู่ไทย ด้วยเหตุนี้ ตนจึงขอสนับสนุนงบประมาณของกระทรวงกลาโหมอย่างเต็มที่ และมองว่าไม่ควรมีการปรับลดงบประมาณด้านความมั่นคงลงเลยแม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณปกติหรืองบลับ แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลควรพิจารณาเพิ่มงบประมาณให้มากเพียงพอ เพื่อสร้างศักยภาพและความพร้อมรบในการทำให้ประเทศเพื่อนบ้านสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย

นายราเชนเน้นย้ำว่า เพียงแค่รัฐบาลประกาศจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงและงบกองทัพให้สูงเด่นชัด เช่น ตัวเลขประมาณ 3 ถึง 4 แสนล้านบาท สิ่งนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องปรามทางจิตวิทยาที่ส่งสัญญาณเตือนและข่มขวัญให้ศัตรูหรือประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าที่จะละเมิดอธิปไตยของไทย นอกจากนี้ นายราเชนยังได้สะท้อนความอดสูใจต่อกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เงินบริจาคของประชาชนที่ส่งไปช่วยเหลือทหารกล้าตามแนวชายแดนกลับถูกตัดยอดหรือมีการทุจริตภายใน รวมถึงปัญหาการค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงสนามของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงตาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง

ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายราเชนได้กล่าวยืนยันว่าพรรคทางเลือกใหม่พร้อมที่จะโหวตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 นี้ พร้อมกับฝากความหวังและข้อเรียกร้องส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ร่วมกันผลักดันและส่งเสริมงบประมาณสนับสนุนทหารชายแดนในทุกมิติ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างสูงสุด
