วันที่ 13 ส.ค.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น เพื่อชี้มูลความผิดกรณี นายกฯอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” อันเป็นการส่งสัญญานทางข้อกฎหมายที่ผิด ๆ เป็นการให้ข้อมูลต่อสังคมที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือบิดเบือน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเกี่ยวกับสิทธิในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสียความเป็นธรรมแก่การปฏิบัติ ถือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเกี่ยวกับสิทธิในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง เพราะปัจจุบัน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลฎีกา หลาย ๆ ฎีกา อาทิ ฎ.4185/2535 ที่ว่าการที่ผู้เสียหายมาเดินอยู่บ้างบ้านจำเลยในยามวิกาล จำเลยร้องถามว่าใครก็ไม่ตอบ ย่อมทำให้จำเลยสำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย จึงยิงผู้เสียหายไปเพียง 1 นัด เป็นการป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุ ฎ.3364/2536 ที่ว่าผู้ตายบุกรุกบ้านจำเลยในเวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยร้องถามว่า “ใครๆ” แต่ผู้ตายไม่ตอบ การที่ใช้อาวุธปืนยิงไป 1 นัด เป็นการป้องกันสิทธิในทรัพย์สินของตนพอสมควรแก่เหตุ ถือได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ฎ.7940/2551 ที่ว่า บ้านเป็นเคหสถานที่ประชาชนทั่วไปย่อมเห็นว่าเป็นที่ปลอดภัยไม่ควรถูกบุคคลอื่นรุกล้ำเข้ามากระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องหลบหนีและมีสิทธิที่จะป้องกันสิทธิของตน

นอกจากนั้น ยังมีคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “หากถูกจับกุมจะไม่ได้การประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว” นั้น ถือเป็นการให้สัมภาษณ์เกินอำนาจหน้าที่หรือเหลิงอำนาจของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยหรือไม่ เพราะอำนาจการให้ประกันตัวชั่วคราวหรือปล่อยตัวชั่วคราวนั้น เป็นอำนาจของศาล ไม่ใช่อำนาจนายกรัฐมนตรีหรือ รมว.มหาดไทยซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร คำพูดดังกล่าวอาจถือเป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 186 วรรคท้ายอีกด้วย

ดังนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นถึงหัวหน้ารัฐบาลฝ่ายบริหาร เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำพูดใด ๆ ของนายกฯต้องไม่ถูกสังคมนำไปตีความได้ว่าเป็นการจงใจที่จะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะไม่ใช่เด็กอมมือ แต่เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตน จะตะแบง หรือเอาสีข้างเข้าถูเพื่อเลี่ยงตอบ เลี่ยงความรับผิดชอบมิได้ และกรณีเช่นนี้อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนเอาผิดตามครรลองของกฎหมายต่อไป
