ชาวระยองแค้น กนอ.ปล่อยนายทุนชื่อดังตั้งนิคมอุตฯยึดคลองและถนนสาธารณะมอบศรีสุวรรณฟ้องเพิกถอน

วันที่ 11 มิ.ย.69 ที่ศาลปกครองระยอง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมกับชาวตำบลมาบข่า อ.นิคมพัฒนา และชาวตำบลหนองละลอก อ.บ้านค่า จ.ระยอง เดินทางมาศาลปกครองระยอง เพื่อฟ้องการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), คณะกรรมการ EEC , คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณา EIA, นายอำเภอนิคมพัฒนา และนายกเทศมนตรีตำบลมาบข่าพัฒนา ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ และละเลยต่อหน้าที่ ตามมาตรา 9 (1) และ (2) แห่ง พรบ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2540

   

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการนโยบาย EEC ประกาศให้จังหวัดระยองเป็นพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และต่อมาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ก็ได้ทำสัญญาร่วมดำเนินงานกับบริษัทเอกชนชื่อดังของเมืองไทยตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมาในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนาและ อ.บ้านค่าย พื้นที่กว่า 3,068 ไร่ เพื่อจัดแปลงที่ดินขายให้กับโรงงานต่าง ๆ เข้ามาก่อสร้างและประกอบกิจการในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

 

แต่ทว่าในการจัดทำสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ ถนน รางระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว เพื่อบริการให้กับผู้เข้ามาซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างและประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่นิคมฯนั้น ปรากฏว่าผู้ก่อตั้งนิคมได้ทำการบุกรุก ยึดถือ และครอบครอง “คลองมาบใหญ่” ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) ซึ่งไหลพาดผ่านนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยทำการถมคลองที่กว้างประมาณ 30 เมตร ให้เหลือเพียง 2-3 เมตรเท่านั้น เพื่อเอาพื้นที่คลองไปสร้างถนนกว้าง 18 เมตรภายในนิคมฯ

นอกจากนั้น ยังมีการยึดถนนสาธารณะที่ชาวบ้านใช้สัญจรมาอย่างยาวนาน เอาไปขายให้กับบริษัทเอกชนเพื่อนำไปก่อสร้างโรงงานในพื้นที่ของนิคมจนหมดสิ้น และยังมีความพยายามที่จะอนุญาตให้บริษัทเอกชนมาประกอบกิจการโรงงานหลอมอะลูมิเนียมในพื้นที่โครงการอีก ซึ่งขัดแย้งต่อนโยบายของคณะกรรมการร EEC ที่เน้นส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve คือ กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคอัจฉริยะ, กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร, กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิตอลเท่านั้น

 

การใช้อำนาจของ กนอ. ดังกล่าว ไม่เคยเห็นชาวบ้านอยู่ในสายตา มุ่งเน้นแต่จะหาประโยชน์จากการเอาสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปขายให้นายทุนอุตสาหกรรมเป็นหลัก ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคลองมาบใหญ่ในการหากุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำมาหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งชาวบ้านพยายามคัดค้านและร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็เพิกเฉยกันหมด จึงรวมตัวกันมอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน มายื่นฟ้องต่อศาลปกครองในวันนี้ เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวต่อไป

   

นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวอีกว่า ยังมีนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือโรงงานอุตสาหกรรม อีกหลายพื้นที่ที่ชาวบ้านร้องเรียนมาว่า มีการยึดถนน ยึดลำราง ยึดที่ดินสาธารณะไปเป็นสมบัติส่วนตนของโรงงานหรือของนิคมฯ ซึ่งสมาคมฯจะร่วมกับชาวบ้านไล่ฟ้องเอากลับคืนมาให้สาธารณะให้หมด

About The Author

Related posts