กรณีประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลัง “เต้อาชีวะ ไทยไม่ทน” ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและกลุ่มมาเฟียต่างชาติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุดกลุ่มบุคคลในพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลโต้กลับ ทำให้ประเด็นดังกล่าวยิ่งบานปลายและส่อเค้าว่าจะไม่จบง่าย

กลุ่มที่ออกมาให้ข้อมูลประกอบด้วย มดดำ ฝั่งธน, โอ สำเหร่, คุณดาด้า และเฮียต๋อง “จัดให้ ฝั่งธนไม่ทิ้งกัน” โดยได้ร่วมกันชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังมีภาพปรากฏบุคคลต่างด้าวรายหนึ่งชื่อ ซีตู หรือ Mr. Cho Lin ยืนอยู่ด้านหลังเต้อาชีวะถ่ายรูปไปเดินงานด้วยกัน และถ่ายคลิป
กลุ่มผู้ให้ข้อมูลระบุว่า Mr. Cho Lin เป็นอดีตดาวตลกชาวเมียนมาร์ที่ตกอับ ได้หลอกแรงงานต่างด้าวมาติดต่อทำพาสปอร์ตหลายราย และยังหลอกเพื่อนร่วมชาติให้เปิดบัญชีรับเงินค่าดำเนินการเอกสาร จนกลายเป็น บัญชีม้า โดยแอบอ้างชื่อบริษัท จัดหางานรายใหญ่ย่านบางบอน ล่าสุดมีการนัดไกล่เกลี่ยกันที่ สน.บางขุนเทียน ในประเด็นดังกล่าว รวมถึงเงินที่เก็บจากแรงงานชาวเมียนมาร์โดยไม่มีสิทธิ์เก็บ โดยมีแรงงานต่างด้าวที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากกรณีบัญชีม้าหลายรายได้ให้ข้อมูลและบางรายมาแจ้งตำรวจในวันนี้ แต่ Mr. Cho Lin กลับไม่ได้เดินทางมาพบตามที่นัดหมาย โดยมีข้อสังเกตุว่าถ้าตนเป็นผู้เสียหายตามที่นายเต้ อาชีวะได้ลงคลิป ทำไมถึงไม่กล้ามาพบตามนัด ขณะที่ทางบริษัทได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว

ด้าน คุณดาด้า, โอ สำเหร่ และมดดำ ฝั่งธน ระบุว่า ก่อนหน้านี้เต้อาชีวะได้พาชาวต่างด้าวบางส่วนไปร้องเรียนบริษัทฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทหลอกลวง เก็บเงินแต่ไม่ดำเนินการเอกสาร และเป็นภัยต่อความมั่นคง ขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลรอบตัวเต้อาชีวะหลายรายอาจเข้าข่ายเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตาม มาตรา 8 ของพรบ.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ทั้งบางรายไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่กลับทำงานแต่กลับไม่มีการตรวจสอบแบะแจ้งเจ้าผน้สที่ให้ดำเนินคดี ตามที่มีการนำเสนอภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย แต่คนรอบตัวเองไม่ตรวจสอบ หรือไมอยากตรวจสอบกันแน่ คุณต้องออกมาชี้แจงสังคม เพื่อความสงบสุขของสังคมด้วย เพราะคุณเองทำกลุ่มขึ้นมาทำให้สังคม เคลือบแคลงสงสัยกับการเคลื่อนไหวหลานอย่างมากแล้ว
ขณะเดียวกัน เฮียต๋อง “จัดให้ ฝั่งธนไม่ทิ้งกัน” ยังพา นายชาตรี ศรีชาตรียา อายุ 38 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกชาวเมียนมาร์ใช้มีดแทงภายในสถานบันเทิงย่านบางบอน โดยเหตุเกิด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 จึงออกมาติดตามความคืบหน้าคดี โดยระบุว่าในวันที่ 15 มีนาคม 2569 จะมีผลการตรวจจากแพทย์ออกมาเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดีทั้งนี้กลุ่มผู้ให้ข้อมูลยังตั้งคำถามว่า เหตุใดเต้อาชีวะจึงไม่ออกมาช่วยเหลือคนไทยที่ถูกแทงในเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งๆ ที่เขาได้ขอความช่วยเหลือจากคุณไป แต่คุณกลับบอกว่าผู้ใหญ่ไม่ให้ยุ่ง เพราะเหตุใดกันแน่และออกมาพูดถึงการแก้ปัญหากับผู้ก่อเหตุชาวเมียนมาร์ด้วยแนวทางสันติวิธี อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุอ้างว่า เต้อาชีวะเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จัก

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่า สถานบันเทิงที่เกิดเหตุมีนักลงทุนเป็นชาวต่างด้าว และเคยมีภาพเต้อาชีวะปรากฏตัวนั่งดื่มภายในร้านดังกล่าวหลายครั้ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่แรงงานชาวเมียนมาร์นิยมมาใช้บริการ อีกทั้งยังมีความสนิทสนมกับเจ้าของร้าน จึงเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ออกมาช่วยติดตามคดีคนไทยที่ถูกแทงเหมือนกรณีอื่น ๆ จึงขอตั้งตำถามว่านายเต้มีการเลือกปฏิบัติ เลือกทำเฉพาะเคสหรือไม่
ด้าน นายชาตรี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนถูกแทงทั้งที่ไม่ได้มีปัญหากับผู้ก่อเหตุโดยตรง เพียงเข้าไปห้ามขณะเพื่อนของตนมีปากเสียงกับชาวเมียนมาร์คนดังกล่าว พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดดำเนินคดีโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลจากฝ่ายที่ออกมาเปิดเผยเท่านั้น ขณะที่สังคมยังจับตารอคำชี้แจงจาก เต้อาชีวะ ต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นต่อไป จะมีผลการตรวจจากแพทย์ออกมาเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดี
ทั้งนี้กลุ่มผู้ให้ข้อมูลยังตั้งคำถามว่า เหตุใดเต้อาชีวะจึงไม่ออกมาช่วยเหลือคนไทยที่ถูกแทงในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กลับออกมาพูดถึงการแก้ปัญหากับผู้ก่อเหตุชาวเมียนมาร์ด้วยแนวทางสันติวิธี อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุอ้างว่า เต้อาชีวะเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จัก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลจากฝ่ายที่ออกมาเปิดเผยเท่านั้น ขณะที่สังคมยังจับตารอคำชี้แจงจาก เต้อาชีวะ ต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นต่อไป.
