“ราเชน” นำคณะ “กรรมาธิการการทหาร” เร่งส.ป.ก. ปมบุกรุกที่ดินยุทธศาสตร์ชายแดนซองกาเลีย หลังปล่อยให้กลุ่มทุนสวมสิทธิ์ทำกินนานเกือบ 2 ปี

วันนี้ 10 มิถุนายน 2569 นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการการทหาร ได้เดินหน้าตรวจสอบกระบวนการทำงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรณีการบุกรุกและแบ่งล็อกที่ดิน ส.ป.ก. 4-11 บริเวณสนามบินเก่า พื้นที่บ้านซองกาเลีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนอย่างยิ่งยวด โดยพบว่าผืนป่าเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวนกว่า 33 ไร่ 3 งาน 99 ตารางวา กำลังถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนนอกพื้นที่เข้ายึดครองสวมสิทธิ์จัดสรรแบ่งขายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

จากการลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ส.ป.ก. ส่วนกลาง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 และแม้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะเคยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเองแล้วเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 แต่จนถึงปัจจุบัน กระบวนการทางกฎหมายกลับหยุดชะงักอย่างมีพิรุธ กลายเป็นความล่าช้าที่กินระยะเวลานานเกือบ 2 ปี ซึ่งเปิดช่องให้กลุ่มทุนยังคงตักตวงผลประโยชน์มหาศาลบนสมบัติของแผ่นดิน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่ถึงความไม่ชอบมาพากลและข้อสงสัยในประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทุจริตประพฤติมิชอบภายในหน่วยงานรัฐ ด้วยอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการกำกับดูแลความมั่นคงของประเทศ นายราเชนจึงได้ทำหนังสือเร่งด่วนถึงเลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อกดดันให้มีการชี้แจงความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเหตุใดคดีความจึงไม่มีความเคลื่อนไหว และต้องเปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวอย่างชัดเจน เพื่อตอบคำถามต่อสังคมว่าเหตุใดที่ดินที่ควรจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงถูกปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มนายทุนอย่างหน้าตาเฉย

กรรมาธิการการทหารได้ยื่นคำขาดถึงสำนักงาน ส.ป.ก. ส่วนกลาง ให้สั่งการด่วนที่สุดไปยัง ส.ป.ก. จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบสถานะผู้ถือครองสิทธิ์แปลงดังกล่าว หากพบว่ามีการสวมสิทธิ์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์เกษตรกรผู้ยากไร้จริง ต้องดำเนินการเพิกถอนการจัดสรรที่ดินและขับไล่กลุ่มทุนออกจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนโดยทันที เพื่อทวงคืนพื้นที่ดังกล่าวกลับมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะและรักษาความมั่นคงของชาติ โดยกำหนดกรอบเวลาให้ ส.ป.ก. ต้องชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากยังนิ่งเฉยอาจนำไปสู่มาตรการตรวจสอบที่เข้มข้นกว่าเดิมเพื่อขจัดปัญหาอิทธิพลมืดที่กัดกินผืนแผ่นดินไทย

About The Author

Related posts