จากกรณีลูกบ้านคอนโดฯ “บ้านประชานิเวศน์ 1” รวมตัวประท้วง หลังการเคหะฯ ประสานเขตจตุจักรโค่นต้นไม้ใหญ่รอบโครงการอ้างปมกิ่งไม้ตกใส่รถ ด้านลูกบ้านแฉยับ ไหนบอกแค่ “ตัดแต่ง” แต่กลับ “ตัดตาย” ซ้ำเติมอากาศร้อน จี้ถามหาความโปร่งใส ปล่อยคอนโดฯ เสื่อมโทรม-ห้างดังหนีหายเพราะขึ้นค่าเช่าแพงเกินจริง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนหลายสำนักได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งระหว่างลูกบ้านและเจ้าหน้าที่โครงการคอนโดมิเนียม “บ้านประชานิเวศน์ 1” แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัย 3 อาคาร มีผู้พักอาศัยรวมกว่า 500 ครอบครัว อยู่ภายใต้การดูแลของการเคหะแห่งชาติ หลังเกิดเหตุบานปลายจากการที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตัดโค่นต้นไม้ใหญ่รอบโครงการจนเกลี้ยง
อ้างกิ่งไม้ตกใส่รถ สั่งโค่นเรียบ 11 ต้น

ชนวนเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยทางการเคหะแห่งชาติได้ประสานฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตจตุจักร นำเลื่อยยนต์เข้าทำการ “โค่นทำลาย” ต้นไม้ใหญ่ อาทิ ต้นกระถินณรงค์ และต้นคูน (ราชพฤกษ์) บริเวณหน้าโครงการและถนนฝั่งทางเข้ารวม 11 ต้นจนเหลือแต่ตอ และมีกำหนดจะตัดเพิ่มอีก 5 ต้นในฝั่งทางออก ทำให้ลูกบ้านที่ไม่พอใจรวมตัวกันเข้าคัดค้านและสอบถามข้อเท็จจริง
เจ้าหน้าที่การเคหะฯ และผู้จัดการอาคาร ชี้แจงเบื้องต้นว่า ได้รับร้องเรียนจากลูกบ้านอาคาร 2 ว่ามีกิ่งไม้หักตกใส่หลังคารถยนต์ที่นำมาจอด การเคหะฯ ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินจึงต้องตัดเพื่อความปลอดภัย และเตรียมปรับพื้นที่เป็นที่จอดรถเพิ่มเติม ทั้งยังระบุว่า หากลูกบ้านต้องการให้คงสภาพต้นไม้ไว้ จะต้องลงชื่อทำบันทึกข้อตกลง “รับผิดชอบความเสียหายแทนการเคหะฯ” เอง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับลูกบ้านอย่างมาก เนื่องจากต้นไม้ดังกล่าวโตมาพร้อมโครงการเกือบ 30 ปี และการจอดรถใต้ต้นไม้ผู้จอดควรยอมรับความเสี่ยงเอง ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการทำลายพื้นที่สีเขียวในวันที่สภาพอากาศร้อนจัด

เสียงสะท้อนจากลูกบ้าน: “ตอนแรกประกาศในลิฟต์บอกว่าจะมาตัดแต่งกิ่ง นิติฯ ก็บอกแค่ตัดแต่ง แต่พอมาจริงกลับโค่นถึงโคนจนโกร๋น วันก่อนเห็นรณรงค์ปลูกต้นไม้ แต่วันนี้กลับมาตัดเกลี้ยง”
แฉซ้ำ บริหารจัดการเหลว ทำคอนโดฯ เกรดเอเสื่อมโทรม
นอกเหนือจากประเด็นต้นไม้แล้ว กลุ่มลูกบ้านยังได้รวมตัวกันทวงถามถึงความโปร่งใสและการบริหารงานที่ล้มเหลวของการเคหะแห่งชาติ โดยระบุว่าปัจจุบันคอนโดฯ มีสภาพเสื่อมโทรมลงทุกวัน บรรยากาศเงียบเหงาและวังเวงเหมือนแฟลตร้าง เนื่องจาก
ไล่ทุบหม้อข้าวตัวเอง: การเคหะฯ ขึ้นค่าเช่าพื้นที่พลาซ่าแพงเกินจริง จนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง (Top Supermarket) และร้านค้าต่างๆ สู้ราคาไม่ไหวทยอยปิดตัวหนีหาย ทำลายมูลค่าของคอนโดฯ ที่เคยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ละเลยการซ่อมบำรุง: ตู้รับบัตรจอดรถเสียไม่ยอมซ่อม มีปัญหาร้านเหล้าส่งเสียงดังรบกวนยามวิกาล และปล่อยให้มีสภาพเป็น “สุสานรถยนต์”
ด้านกรรมการนิติบุคคลท่านหนึ่งยอมรับว่า การบริหารจัดการในปัจจุบันค่อนข้างแย่ และกำลังเร่งประสานเชิญผู้บริหารระดับสูงของการเคหะฯ มาร่วมประชุมหาทางออก โดยเฉพาะเรื่องค่าเช่าที่แพงเกินไปจนผู้เช่าอยู่ไม่ได้

ล่าสุด ยอมถอยครึ่งซีก ห้ามตัดฝั่งทางออกความคืบหน้าล่าสุด หลังจากตัวแทนลูกบ้านและประธานอาคารได้เข้าเจรจาอย่างตึงเครียด ทางผู้จัดการอาคารแจ้งว่า เบื้องต้นได้ข้อยุติว่าจะระงับการโค่นต้นไม้ที่เหลืออีก 5 ต้นบริเวณฝั่งทางออกเอาไว้ก่อน โดยจะปรับเปลี่ยนเป็นเพียงการ “ตัดแต่งกิ่ง” ในส่วนที่พาดเกี่ยวหรือติดกับสายไฟฟ้าเท่านั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและรักษาทัศนียภาพของชุมชน

ขณะเดียวกัน ทางเพจประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเขตจตุจักร ได้มีการโพสต์ภาพการปฏิบัติงานดูแลพื้นที่สีเขียวและตัดแต่งต้นไม้ในจุดอื่น ๆ ของเขต เช่น เกาะกลางถนนพหลโยธิน 40 และริมคลองประปา เพื่อยืนยันนโยบายสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีของ กทม. ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของลูกบ้านในพื้นที่ว่า การกระทำที่คอนโดประชานิเวศน์ 1 นั้น สวนทางกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างสิ้นเชิง ซึ่งลูกบ้านย้ำว่าจะเกาะติดเรื่องนี้และพยายามดึงรุกขกร (ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้) ของ กทม. เข้ามาช่วยให้คำแนะนำในการตัดแต่งอย่างถูกวิธีต่อไป
