รวบ “น้องพร” บัญชีม้าแก้ง TIKTOK ปลอม หลอกเหยื่อสูญครึ่งล้าน แฉเบื้องหลังทุนจีนเทาชุบตัว พาเดินสายทุบถอนเงินสดกว่า 6 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวกชกร หรือ พร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี หญิงสาวภูมิลำเนาอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 699/2568 ในข้อหาเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเตรียมเดินทางหลบหนีกลับขึ้นสู่ภาคเหนือ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ได้ส่งสายเหยื่อในคราบมิตรแท้ ใช้แอปพลิเคชันไลน์ในชื่อบัญชี “เก่ง นะครับ” ทักเข้าไปพูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหาย ชวนคุยสารทุกข์สุขดิบจนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มไว้วางใจและเปิดใจเล่าถึงปัญหาภาระทางการเงินภายในครอบครัว จากนั้นคนร้ายจึงสบโอกาสชักชวนให้ทำอาชีพเสริมเพื่อหารายได้พิเศษ ผ่านการเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายของแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง TIKTOK พร้อมส่งลิงก์ปลอมมาให้กดลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีร้านค้าในชื่อ “pum_pui shop” โดยคนร้ายได้สร้างกลไกต้มตุ๋นอย่างแนบเนียนด้วยการแสดงหน้าจอคำสั่งซื้อสินค้าเสมือนจริง ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และนาฬิกา เพื่อให้ผู้เสียหายปักใจเชื่อว่ามีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้าจริง แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินสำรองเป็นค่าสินค้า ค่าดำเนินการ ค่าเพิ่มยอดเครดิต และค่าอัปเกรดร้านค้าไปก่อน โดยอ้างว่าเมื่อระบบทำรายการสมบูรณ์จะสามารถถอนเงินทุนทั้งหมดพร้อมกำไรอีกร้อยละ 15 ของยอดขายออกมาได้

ทว่าเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปในระบบ แพลตฟอร์มกลับแจ้งข้อผิดพลาดสารพัดรูปแบบ และบังคับให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปลดล็อกบัญชีและเพิ่มเครดิตร้านค้า จนกระทั่งผู้เสียหายทยอยโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาและเครือข่ายรวม 6 ราย สูญเงินไปทั้งสิ้น 641,000 บาท แต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินออกมาได้แม้แต่บาทเดียว เมื่อคนร้ายยังคงกดดันให้โอนเงินเพิ่มอีก ผู้เสียหายจึงเริ่มตระหนักว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.กชกร หรือพร ให้การรับสารภาพพร้อมเปิดเผยเบื้องหลังอันน่าตกใจของขบวนการนี้ว่า เมื่อช่วงกลางปี 2568 ตนได้โพสต์หางานทำในเพจเฟบซบุ๊กหางานชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งไปเจองานพาร์ทไทม์ที่ยื่นข้อเสนอให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 3 บัญชี หลังจากเปิดบัญชีเสร็จไม่กี่วัน ฝ่ายผู้ว่าจ้างได้ติดต่อมาให้เดินทางลงมาทำงานที่กรุงเทพฯ โดยออกค่าตั๋วเครื่องบินให้มาลงที่สนามบินดอนเมือง พร้อมจองคอนโดมิเนียมหรูย่านบางนาให้พักผ่อนล่วงหน้า 1 คืน พอในวันรุ่งขึ้นได้มีชาย 2 คน คนหนึ่งเป็นชายชาวจีนรูปร่างอ้วน อายุประมาณ 30 ปี เดินทางมาพร้อมกับชายรูปร่างผอม อายุประมาณ 25 ปี ที่ทำหน้าที่เป็นล่ามพูดภาษาไทย ทั้งคู่ได้เข้ามาขอยึดสมุดบัญชีธนาคารและโทรศัพท์มือถือที่ผูกแอปพลิเคชันธนาคารของตนเอาไว้ทั้งหมด ก่อนจะยื่นโทรศัพท์อีกเครื่องพร้อมบัตรเอทีเอ็มให้ตน จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ขับรถพาตนตระเวนเดินสายกดเงินสดและถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารต่างๆ ทั่วพื้นที่ย่านบางนา รวมเป็นเงินสดสูงถึง 6,000,000 บาท โดยในแต่ละจุดที่ไปถอนเงิน จะมีชายลึกลับแต่งกายปกปิดใบหน้ามิดชิดมารอรับเงินสดก้อนดังกล่าวไป ซึ่งแต่ละจุดจะเป็นคนหน้าใหม่สลับสับเปลี่ยนกันมารับเงินไม่ซ้ำหน้า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเดินสายถอนเงิน กลุ่มทุนจีนได้มอบเงินค่าจ้างให้ตนจำนวน 13,000 บาท พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบินให้เดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่ทันที

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอีกว่า น.ส.กชกร ยังมีคดีติดตัวในลักษณะเดียวกันที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บอ.สอท.) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,300,000 บาท และคดีในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอีกประมาณ 130,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขนอม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลขบวนการทุนจีนเทาที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้ต่อไป

About The Author

Related posts