พล.อ.โกศล หนุน “สีหศักดิ์” ชี้จุดยืนการทูตไทยต้องเป็นเอกภาพ ดึงประสบการณ์การค้าไทย-จีน ชู “ความมั่นคงเศรษฐกิจ-การทหาร” ชี้ช่องทางรอดวิกฤตสงคราม
พลเอก โกศล ชูใจ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ และอดีตที่ปรึกษาสมาคมการค้าอินเตอร์อุตสาหกรรมร่วมมิตรไทย-จีน แสดงจุดยืนสนับสนุนท่าทีของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐอเมริกาถึงความจำเป็นที่ไทยต้องแสวงหาความร่วมมือจากจีนและรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตห่วงโซ่อุปทานจากสงครามตะวันออกกลาง และการขาดความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากสหรัฐอเมริกา
พลเอก โกศล กล่าวในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองว่า ในยามที่ประเทศชาติเผชิญกับภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจากภายนอก นโยบายต่างประเทศไม่ควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งทางการเมืองภายใน
“แม้พรรคทางเลือกใหม่จะมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่สำหรับประเด็นความอยู่รอดของชาติ เราเห็นพ้องและขอสนับสนุนความกล้าหาญของท่านรองนายกฯ สีหศักดิ์ อย่างเต็มที่ ท่าทีดังกล่าวเป็นการประกาศให้ประชาคมโลกเห็นว่า จุดยืนของรัฐบาลไทยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกภาพจากทุกภาคส่วนทางการเมือง เรื่องปากท้องของเกษตรกรที่ขาดแคลนปุ๋ย และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นวาระแห่งชาติที่เราต้องร่วมกันปกป้อง” พลเอก โกศล กล่าว
เมื่อพันธมิตรเดิมไม่ตอบโจทย์การปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ในฐานะอดีตนายทหารระดับสูง พลเอก โกศล ได้ประเมินสถานการณ์จากมุมมองด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของแนวคิดความมั่นคงแบบเดิมในการปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะกรณีการสูญเสียชีวิตของลูกเรือสินค้า “มยุรีนารี”
“ในมิติความมั่นคงทางทหาร การเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาต้องแลกมาด้วยการคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่ปลอดภัย เมื่อกองกำลังของสหรัฐฯ ไม่สามารถหรือไม่มีเจตจำนงที่จะรับประกันความปลอดภัยให้เรือสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซได้ ฝ่ายความมั่นคงของไทยย่อมมีความชอบธรรมและมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องประเมินยุทธศาสตร์ใหม่ การขอให้จีนช่วยอำนวยความสะดวกให้เรือไทย 8 ลำ ไม่ใช่การเปลี่ยนขั้วอำนาจทางทหาร แต่คือการบริหารความเสี่ยงเพื่อรักษาชีวิตของคนไทยและปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติเป็นที่ตั้ง”
ด้วยประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสมาคมการค้าอินเตอร์อุตสาหกรรมร่วมมิตรไทย-จีน พลเอก โกศล ได้ให้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้กลไกทางเศรษฐกิจของจีนเพื่อเป็นเบาะรองรับเศรษฐกิจไทย
“จากประสบการณ์การทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายการค้าไทย-จีน ผมประจักษ์ชัดว่า โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีนมีความยืดหยุ่นและมีศักยภาพพอที่จะอุดช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานของเราได้ จีนไม่ได้มองเราเป็นเพียงจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร แต่มองในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน การที่กระทรวงการต่างประเทศเปิดช่องทางเจรจากับทั้งจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยและพลังงาน ถือเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางการค้า เราต้องแยกประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ออกจากการค้า ประเทศไทยต้องอยู่รอดด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่ด้วยการยึดติดกับอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่กินไม่ได้” พลเอก โกศล กล่าวย้ำ
ในตอนท้าย พลเอก โกศล ระบุว่า การออกมาตอกย้ำจุดยืนของรัฐบาลในครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณไปยังนานาอารยประเทศว่า ประเทศไทยมีเอกราชในการตัดสินใจ และทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายความมั่นคง หรือภาคธุรกิจการค้า ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “ผลประโยชน์ของประชาชนไทย คือเข็มทิศเดียวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ”
