วันที่ 5 ส.ค.69 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมโครงการก่อสร้างและดำเนินงานศูนย์ Data Center คลาวด์เซอร์วิส และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (PCB) มิให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อป้องกันการแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าจากประชาชน

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค (Hub) โดยมีมาตรการต่าง ๆ ออกมารองรับมากมายหลายด้าน โดยเฉพาะการเป็น Green Data Center เพื่อขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ โดยใช้ระบบ FastPass เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ ครอบคลุมถึงการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การใช้น้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แต่เนื่องจากศูนย์ Data Center แต่ละแห่งต้องใช้ไฟฟ้าสูงมาก อาทิ ขนาด 100 MW ขึ้นไปเทียบเท่าประชาชนใช้ไฟฟ้า 75,000-100,000 ครัวเรือน ขนาด 200 MW ขึ้นไป จะใช้ไฟฟ้า 200,000-400,000 ครัวเรือน หรือเทียบเท่าการใช้ไฟฟ้าของประชาชนทั้งจังหวัด ขนาด 2,000 MW จะเทียบเท่าประชาชนใช้ไฟฟ้าถึง 2,000,000 ครัวเรือนเลยทีเดียว ส่วนการใช้น้ำสะอาดมาเพื่อหล่อเย็นระบบนั้น หากเป็นศูนย์ฯขนาดเล็กจะต้องใช้น้ำมากถึง 3.3 – 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือราว 9,000 – 12,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เทียบเท่าปริมาณการใช้น้ำต่อปีของประชาชนราว 36,900 – 500,000 คน จะทำให้ชาวบ้านและเกษตรกรในบริเวณที่ตั้งศูนย์ Data Center ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภคอย่างมากโดยเฉพาะในฤดูแล้ง
แต่ปรากฏว่ารัฐบาล โดย BOI กลับอนุมัติให้ก่อสร้างศูนย์ Data Center ได้อย่างรวดเร็ว มีเปิดดำเนินการแล้ว 40 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกว่า 27 แห่ง และอยู่ในขั้นตอนการวางแผนอีกกว่า 10 แห่ง และแต่ละแห่งมีการใช้ไฟฟ้าและน้ำเพื่อหล่อเย็นในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยที่โครงการก่อสร้างแต่ละแห่งใช้พื้นที่มากกว่า 10,000 ตร.ม. แต่กลับไม่เข้าเงื่อนไขที่จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ไม่ต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพียงแค่ให้ท้องถิ่นใช้กฎหมายควบคุมอาคาร 2522 และ พรบ.การสาธารณสุข 2535 เท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ ทั้ง ๆ ที่ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ สามารถออกประกาศกำหนดให้โครงการประเภทดังกล่าวต้องทำ EIA ก่อนก่อสร้างหรือก่อนเปิดดำเนินการได้ แต่กลับเพิกเฉย

ส่วนคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 16 ประกอบมาตรา 19 และมาตรา 20 (7) แห่ง พรบ.การส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดเงื่อนไขและมาตรการในการส่งเสรริมการลงทุนสำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ Data Center คลาวด์เซอร์วิส และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (PCB) ที่มาขอรับการส่งเสริมการลงทุน ว่าจะต้องจัดทำรายงานหรือมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และกำหนดให้ไปอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น จึงจะถูกต้อง หากรัฐบาลยังเพิกเฉยสมาคมฯและประชาชนที่เดือดร้อนคงต้องนำความไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อสั่งให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำร้องนี้ต่อไป
