ดีเอสไอ-กรมธุรกิจพลังงาน ตรวจคลังเชลล์ช่องนนทรี 2 ชม. ย้ำราคาหน้าคลังใกล้เคียงปั๊ม ไม่พบค้ากำไรเกินควร เร่งเช็ก “จ๊อบเบอร์” 200 บริษัท กันกักตุน
รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมโฆษกดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันเชลล์ช่องนนทรี ตรวจราคาหน้าคลัง ระบบขนส่ง และปริมาณสต๊อก ยืนยันยังเพียงพอต่อความต้องการ ไม่พบค้ากำไรเกินควร พร้อมเดินหน้าตรวจเอกสารพ่อค้าคนกลางกว่า 200 บริษัท ป้องกันกักตุนหรือส่งออกนอกระบบ

วันนี้ (22 มีนาคม) เวลา 10.30 น. นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันช่องนนทรี ของบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์สรุปผลการตรวจสอบ
นายฉัตรชัย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งตรวจสอบการติดประกาศราคาน้ำมันหน้าคลังในแต่ละประเภทว่ามีความชัดเจนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการ ตลอดจนการส่งจ่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง หรือ “จ๊อบเบอร์” โดยมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบตั้งแต่การรับน้ำมันเข้าคลังจนถึงการจ่ายออกจากคลัง เปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์วิกฤต เพื่อประเมินว่าผู้ประกอบการได้เร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบมากเพียงใด
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ให้บริการน้ำมันพยายามกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่วนกรณีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าราคาหน้าคลังที่จำหน่ายให้จ๊อบเบอร์สูงกว่าราคาหน้าปั๊มนั้น ปัจจุบันพบว่าราคาหน้าคลังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาที่จำหน่ายในสถานีบริการ จึงไม่เข้าข่ายการค้ากำไรเกินควร

สำหรับปริมาณน้ำมันคงเหลือในคลัง จากการตรวจสอบพบว่าตัวเลขใกล้เคียงกับข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่ อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจากการหมุนเวียนของน้ำมันในระบบ แต่โดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ต่ำกว่าปริมาณสำรองขั้นต่ำ นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงานยังอยู่ระหว่างผลักดันระบบรายงานสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามข้อมูลได้อย่างใกล้ชิด คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้
ขณะเดียวกัน ข้อมูลการจ่ายน้ำมันของบริษัทเชลล์เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังเกิดสถานการณ์วิกฤต พบว่ามีการเร่งจ่ายน้ำมันออกจากคลังอย่างเต็มที่ และมีการเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยอาจต้องนำน้ำมันสำรองของรัฐเข้ามาเสริม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ในภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพบว่ามีการนำถังมากักเก็บน้ำมันจำนวนมาก ทางหน่วยงานได้ประสานผู้ให้บริการน้ำมันแล้ว โดยกำชับให้เติมในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้งาน ขณะที่การตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการกักตุน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพ่อค้าคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ ซึ่งรับน้ำมันจากคลังไปกระจายต่อ จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารการขนส่งของบริษัทกว่า 200 แห่ง เพื่อยืนยันว่ามีการนำน้ำมันไปใช้งานจริง ไม่ได้นำไปกักตุนหรือกระทำผิดกฎหมาย หากพบความผิดจะดำเนินการอย่างเข้มงวด
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง กรมธุรกิจพลังงานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอรองรับความต้องการ แต่ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน เช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว
ด้าน ดร.ศรีรัชต์ ธนะรัชต์ กรรมการบริหารฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก บริษัทจึงต้องบริหารจัดการการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง พร้อมยอมรับว่าเชลล์ไม่มีโรงกลั่นเป็นของตนเอง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการสถานการณ์
ขณะที่ พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากตรวจสอบราคาน้ำมันแล้ว ยังมุ่งตรวจสอบเส้นทางการไหลของน้ำมันที่อาจหลุดออกนอกระบบ ทั้งทางบกและทางเรือ โดยอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล และจะนำข้อมูลการขนส่งของจ๊อบเบอร์ทั้ง 200 บริษัท เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ หากพบการลักลอบกักตุนหรือส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมเดินหน้าสุ่มตรวจคลังน้ำมันของเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกักตุน โดยเป็นการทำงานเชิงรุก ไม่รอรับข้อมู⊂ลร้องเรียนเพียงอย่างเดียว.
