ประชาชนชาวชีอะห์รวมตัวหน้าสถานทูตอิหร่าน วางดอกไม้แสดงความไว้อาลัยต่อ ‘อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี’ หลังถูกสังหาร ขอรัฐไทยวางตัวเป็นกลาง ไม่เลือกข้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ

วันนี้ (8 มี.ค.69) ประชาชนชาวชีอะห์นัดรวมกลุ่มกันที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่ออยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ถูกลอบสังหารด้วยการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายอาลี ชาฮุไซนี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวชีอะห์รวมถึงชาวซุนนีบางส่วนในประเทศไทย ที่มีความเคารพและศรัทธาต่ออยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลกด้วย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ชาวชีอะห์ทั่วโลกรักและเคารพอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ประมาณ 45,000 คน จึงต้องการออกมาแสดงจุดยืนว่าในประเทศไทยก็มีผู้ที่รักและเคารพผู้นำดังกล่าว และรู้สึกเสียใจต่อการจากไปจากเหตุลอบสังหาร โดยการรวมตัววันนี้เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ มารวมตัวบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านเพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้จะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐฯหรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนไทย จึงเลือกวิธีที่สงบที่สุด

นายอาลีกล่าวว่า การสูญเสียครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียบิดา และเป็นการสูญเสียเสาหลักสำคัญของชาวชีอะห์ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้กำลังใจของชาวชีอะห์ลดลง เพราะในมุมมองของพวกเราทุกคนพร้อมเสียสละเพื่ออุดมการณ์ และแนวทางของผู้นำที่ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์จะยังคงเป็นแบบอย่างให้เดินตามต่อไป

ส่วนข้อเรียกร้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ต้องการเรียกร้องต่อสหรัฐฯหรืออิสราเอลโดยตรง แต่ต้องการเรียกร้องต่อสหประชาชาติและผู้ที่มีความเป็นมนุษย์ให้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายสากล
นายอาลียอมรับว่ามีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในอิหร่าน เนื่องจากเป็นพี่น้องมุสลิมด้วยกันและไม่ต้องการให้สถานการณ์ยืดเยื้อ แต่จากข้อมูลข่าวสารที่ติดตามพบว่าประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากยังออกมาสนับสนุนรัฐบาลและพร้อมยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์ของประเทศ ส่วนการเคลื่อนไหวในอนาคต หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายจะต้องหารือร่วมกันระหว่างแกนนำของมัสยิดและฮุไซนียะฮ์ต่าง ๆ ก่อน โดยหากมีการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมจะมีการประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม

นายอาลียังฝากถึงท่าทีของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ตำรวจสันติบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ชาวชีอะห์ในประเทศไทยไม่มีเจตนาสร้างปัญหาหรือความวุ่นวายในประเทศ แต่อยากให้หน่วยงานรัฐดูแลทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมทั้งกลุ่มผู้ที่มีความเห็นต่าง พร้อมขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยวางตัวเป็นกลางไม่เลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างประเทศนายอาลีกล่าวอีกว่า แม้จะมีความกังวลว่าท่าทีของรัฐบาลไทยอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่เชื่อว่ารัฐบาลไทยมีความรอบคอบและเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีความเป็นกลาง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐได้ดูแลสถานการณ์และทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นกลุ่มชาวชีอะห์ได้ร่วมร้องเพลงไว้อาลัยและสดุดี พร้อมกับตะโกนว่า“อิสราเอล-อเมริกาจงพินาศ ปลดปล่อยปาเลสไตน์”และยังอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะนำดอกไม้ไปวางไว้ด้านในสถานทูตอิหร่านเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และนำหนังสือประกาศจุดยืนไปมอบแก่เอกอัครราชทูตนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี (H.E.Mr.Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบมีตำรวจ สน.ทองหล่อ, สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาลประมาณ 30 นาย จัดกำลังดูแลความปลอดภัยตลอดการรวมตัว และยังมีการปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้มาร่วมกิจกรรม
