ปอท. ทลายเพจตลาดมืดออนไลน์ เครือข่ายบัญชีม้า–ถอนเงินสด ส่งข้ามแดน ไปยังแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เมียนมาร์ กว่า 300 ล้าน นอกจากนี้ ยังจับกุมแก๊งหลอกลงทุนชาวจีน คืนทรัพย์ที่ยึดได้ให้ปปง.กว่า 46 ล้านบาท เพื่อเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ทลายขบวนการหลอกขายสินค้าออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊กบังหน้า จับผู้ต้องหาได้ 10 ราย จากเครือข่ายทั้งหมด 13 ราย

หลังสืบพบความเชื่อมโยงเพจ “ร้านประมูลเพชรนาฬิกา บีแอนด์เจ ไดมอนด์” และ “YCN บริษัท บวรพัฒน์ยางยนต์” ใช้โฆษณาออนไลน์สร้างความน่าเชื่อถือ หลอกขายสินค้าราคาถูกเช่น นาฬิกาแบรนด์เนม และยางรถยนต์ชนิดต่างๆ แต่ไม่ส่งของจริง
โครงสร้างขบวนการนี้ แบ่งหน้าที่ชัดเจน ทั้งกลุ่มเปิดบัญชีม้า หัวหน้าคอกม้าจัดหาบัญชี กลุ่มฟอกเงิน และทีมกดถอนเงินสด ก่อนโอนเงินข้ามแดนไปฝั่งป.เมียนมา พบปีเดียวถอนเงินสดกว่า 300 ล้านบาท และเชื่อมโยงคดีออนไลน์อีกกว่า 40 คดี เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 8 จุดใน 4 จังหวัด ยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สมุดบัญชี และบัตรกดเงินธนาคารจำนวนมากจากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพทำงานประสานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเมียนมา ได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเงิน ตำรวจใช้มาตรการอายัดบัญชีแบบเรียลไทม์ ทำให้แก๊งนี้ เคลื่อนเงินยากจนต้องย้ายฐานเข้าฝั่งไทย สุดท้ายถูกแกะรอยจับกุม เตรียมขยายผล ถึงผู้สั่งการต่อไป

สำหรับคดีที่2 ตร.ปอท. จับกุมขบวนการสแกมเมอร์ ทั้งฝั่งกัมพูชาและฝั่งประเทศเมียนมาร์ ที่
หลอกลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่น โดยการเปิดปฏิบัติการ “SKYFALL” ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 3 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลางรวมกว่า 46 ล้านบาท ก่อนส่งมอบเงินทั้งหมดให้ ปปง.การสืบสวนพบใช้บริษัทบังหน้า ได้แก่ บริษัทนิติบุคคลโดยมีนักบัญชีชาวไทย รับจ้างจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชีธนาคารรูปแบบบัญชีม้า ก่อนส่งมอบข้อมูลบัญชี และซิมการ์ดรับ OTP ให้ชาวจีน ผู้ต้องหา เพื่อควบคุมเส้นทางเงิน เจ้าหน้าที่จึงขอศาลออกหมายจับ สามารถจับกุมทั้งนักบัญชีหญิงไทยได้ในย่านห้วยขวาง และจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

คดีนี้ เข้าข่ายความผิด ทั้งฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน โดย ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์รวม 31 รายการ มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท เพื่อพิจารณาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ผู้เสียหาย ต่อไป
