ป.ป.ช. สนธิกำลังปฏิบัติการร่วม ปปท. ป.ป.ป. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ขยายผลปราบขบวนการทุจริตเพื่อให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทยโดยมิชอบ
.วันนี้ (22 มกราคม 2569) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษนายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 พร้อมตรวจค้น 3 จุด
.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 – 20 พฤศจิกายน 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการร่วมกันในการสืบสวน กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ทุจริตการออกบัตรให้กับบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยอาศัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร และเปิดปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” ร่วมกันตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้น จึงได้ทำการขยายผลตรวจสอบข้อมูลพบรายการของบุคคลที่มีความผิดปกติจำนวนมากในพื้นที่อำเภอเชียงดาวและดำเนินการลงพื้นที่สืบสวน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปเกี่ยวข้องเบื้องต้น จำนวน 6 ราย โดยมีลักษณะแบ่งงานกันทำ ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และมีบุคคลต่างด้าวที่ได้รับบัตรดังกล่าว จำนวน 9 ราย จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ออกหมายจับ และหมายค้น โดยผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
.
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในอำเภอเชียงดาวจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ธุรการทางทะเบียน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 162 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ประกอบ มาตรา 83
.
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 ประกอบ มาตรา 83

สำนักงาน ป.ป.ช. บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมบุคคลดังกล่าว จำนวน 6 ราย และเข้าตรวจค้น จำนวน 3 จุด ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงดาว เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง และบ้านพัก เพื่อพบตัวบุคคลผู้มีหมายจับและเพื่อพบสิ่งของ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจค้นพบสิ่งของและเอกสารหลายรายการ จึงได้ยึดเพื่อนำมาตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์ สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ทั่วประเทศ
“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”
