บุกช่วยเหยื่อทัวร์ “ฮาร์บิน” ถูกลอยแพ ประสาน ปคบ.

ตำรวจท่องเที่ยวบุกช่วยเหยื่อทัวร์ “ฮาร์บิน” ถูกลอยแพ ประสาน ปคบ. เอาผิดบริษัทแสบ พบพิรุธขายทัวร์ก่อนได้ใบอนุญาต

วันที่ 21 ม.ค.69 ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สั่งการด่วนให้กองกำกับการสืบสวน บช.ทท. บูรณาการกำลังร่วมกับกรมการท่องเที่ยว เข้าคลี่คลายกรณีนักท่องเที่ยวชาวไทยถูกบริษัท “มีฝันทัวร์ จำกัด” หลอกลวงลอยแพ ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รายงานผลการปฏิบัติงานและการช่วยเหลือกลุ่มผู้เสียหาย ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงไทยจนถึงปัจจุบัน

3ม.ค. 69 (วันแรกที่ได้รับแจ้ง) นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจำนวน 16 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย บช.ทท. เข้าดูแลทันทีพร้อมพาเข้าลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้น

ตำรวจท่องเที่ยวได้จัดตั้ง “กลุ่ม LINE ผู้เสียหาย” เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและประสานข้อมูล โดยแบ่งผู้เสียหายออกเป็น 4 กลุ่มหลัก เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพาเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ล่าสุดในวันนี้ (21 ม.ค. 69) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวแทนผู้เสียหายเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดยแบ่งการสอบปากคำเป็น 2 รอบ คือวันที่ 21 และ 27 มกราคมนี้

จากการตรวจสอบเชิงลึกโดย กก.สืบสวน บช.ทท. พบประเด็นสำคัญคือ บริษัทดังกล่าวมีการประกาศขายโปรแกรมท่องเที่ยวหลายรายการ ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวอย่างถูกต้อง ขณะนี้ตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานงานกับกรมการท่องเที่ยว เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกเหนือจากความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

“ขอขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวที่เข้ามาดูแลตั้งแต่วันแรกที่ถึงไทย ไม่ทอดทิ้ง และช่วยอำนวยความสะดวกในการแจ้งความทุกขั้นตอน” ตัวแทนนักท่องเที่ยวผู้เสียหาย กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่

 

ตำรวจท่องเที่ยวขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดำเนินการดังนี้

1.ตรวจสอบใบอนุญาต เช็กเลขที่ใบอนุญาตผ่านเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยวก่อนโอนเงิน

2.ศึกษาข้อมูลบริษัท ดูรีวิวและความน่าเชื่อถือของบริษัทนำเที่ยวให้ละเอียด

3.สายด่วน 1155หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

About The Author

Related posts