จากกรณีก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีผู้เสียหาย 2ราย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกหญิงสาวซึ่งอ้างเป็นทีมงานของมูลนิธิชื่อดัง หลอกให้โอนเงินทำบุญและมีพฤติกรรมเผยแพร่
คลิปลับช่วยตัวเองในชุดข้าราชบริพาลโจมตีทหารจนถูกลงโทษทางวินัย โดยกรณีแรก น.ส.เอ ผู้เสียหายระบุว่าถูกชักชวนให้ทำบุญศพไร้ญาติ โอนเงิน 10,000 บาท
แต่ไม่ได้รับหลักฐานใด ๆ ตรวจสอบพบใช้ภาพทำบุญเก่า เมื่อ
ทวงถามกลับถูกไลฟ์สดด่าทอ ทำให้เสียชื่อเสียง จึงแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงและหมิ่นประมาท
ส่วนกรณีที่สองนายอาร์ม ทหารยศนายสิบ เปิดเผยว่า เคยมีความสัมพันธ์กับคู่กรณี ก่อนถูกนำคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่พร้อมข้อมูลเท็จจนถูกลงโทษทางวินัยและกักขัง 1 เดือน จึงแจ้งความตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยต้นอ้อระบุว่าคู่กรณีทำงานเบื้องหลังให้มูลนิธิรับร้องทุกข์ชื่อดัง และมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน อ้างชื่อ “นายแม่” และ “สามี” เพื่อสร้างความหวาดกลัว
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มกราคม 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง หรือ “นายแม่ปุ๊กกี้” ที่ปรึกษามูลนิธิ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ ร่วมกันเปิดเผย กับสื่อมวลชน โดยนายแม่ปุ๊กกี้ เปิดใจชี้แจงว่า เรื่องที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ประเด็นแรกเรื่องการบริจาคเงินที่ทางฝ่ายคู่กรณีเคยเห็นตนทำบุญประจำเลยแจ้งความประสงค์ตั้งใจจะร่วมทำบุญกับตนเองด้วย หลังจากโอนเงินมาให้แล้วก็พบว่า ไปตั้งกลุ่มใส่ร้าย โดยไม่มีมูลความจริง ไปพูดในกลุ่มทำให้ตนเสียหาย ตนจึงตัดสินใจโอนเงินคืนให้เพื่อตัดปัญหา เมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนกรณีที่สองเรื่องของทหารยศสิบตรี ที่ไปให้ข่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนนั้น ตนรู้จักกับเขาจริงเมื่อ5ปีก่อนไม่เคยสนิท ทุกครั้งที่เจอกันก็จะมีคนอยู่ด้วยหลายคนเพราะไปกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเรื่องที่เขาไปให้ใส่ร้ายสร้างความเสียหายหมิ่นเกียติศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิงสาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของทหารยศสิบตรี รายนี้มาร้องเรียน ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในคดีฉ้อโกง ปลอมเอกสาร บัญชีม้า
และต่อมา พบว่ามีคลิป ลับอนาจารขณะเขากำลังช่วยตัวเอง ในชุดข้าราชบริพาลเต็มยศ ทำให้เขาคิดว่า ตนเองเป็นคนปล่อยคลิปดังกล่าวเลยโกรธแค้น และออกมาให้ข่าวใส่ร้ายตน อดีตภรรยาแจ้งว่าทุกคนที่เคยเลิกกันไปหลายๆคนก็โดนบิดเบือนใส่ร้ายแบบนี้เช่นกัน หรือใครที่ขัดผลประโยชน์ก็จะใส่ร้ายแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าจะมากระทำกับนายแม่ อดีตภรรยาจึงขอโทษที่ตนนำเรื่องราวมาจนทำให้เดือดร้อน เพียงเพราะต้องการความยุติธรรมเท่านั่นเพราะมีแค่ฝ่ายเค้าที่ใส่ร้ายอยู่ฝ่ายเดียว
เรื่องนี้ทางครอบครัวก็เข้าใจทุกอย่าง แต่ทำให้ตนเสียหาย ตนจึงได้ ให้ทนายความทำเรื่องฟ้องศาลโดยตรงที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในหาหมิ่นประมาททำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง และ พรบ. คอม นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ออกสู่สาธารณะยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เขาทำให้เองเสื่อมเสียชื่อเสียง และทวงถามไปยังต้นสังกัดด้วยว่า ทหารยศนายสิบอ้างว่าต้นสังกัดอนุญาตให้กระทำการทุกอย่างได้เต็มที่โดยมีต้นสังกัดรับรู้
เรื่องนี้น่าตกใจถ้าการกล่าวหา บุคคลอื่นให้เสียหายโดยไม่มีหลักฐานใดๆแม้แต่นิดเดียว แล้วมีการพาแจ้งความเท็จในทุกๆเรื่อง
สังคมต้องมองแยกแยะว่า การออกสื่อบางครั้งเพียงแค่ความสะใจ ความมัน แต่ผลลัพธ์คือ คดีอาญาที่มีโทษสูง ทางนายแม่ปุ๊กกี้
ยืนยันว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมให้กับมูลนิธิต่อไป

ขณะที่นายรณณรงค์ กล่าวว่า แนวการทำงานของมูลนิธิทวงคืนความยุติธรรมในสังคมเราจะทำงานอย่างโปร่งใสไม่เล่นใต้ดินโจมตีใคร เราไม่มีความจำเป็นต้องไปใช้เพจที่ไม่มีตัวตนหรืออวตารโจมตีใครทั้งสิ้น เราทำทุกครั้งเราตั้งโต๊ะแถลงไม่ใช่อีแอบ ตนถามนายแม่ปุ๊กกี้แล้ว เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เรื่องและเป็นการใส่ร้ายเขา ถ้าใครมีคลิปหรือมีหลักฐานอะไรก็แสดงออกมาอย่ามาพาดพิงกล่าวหากันแบบนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีครอบครัวอยากให้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงจะดีกว่า
