“ป้าหนู-แม่ค้าก๊วยเตี๋ยว“ร้องกองปราบฯ หลังสายเคเบิลรัดคอจนพิการ ผ่าน 6 เดือนคดีไม่คืบ

“ป้าหนู-แม่ค้าก๊วยเตี๋ยว“ร้องกองปราบฯ หลังสายเคเบิลรัดคอจนพิการ ผ่าน 6 เดือนคดีไม่คืบ ซ้ำถูกตำรวจบ่น“งานเยอะ-มีสิทธิประกันสังคมจะเอาอะไรอีก”

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ม.ค.69 ที่ หน้าโลตัส ลาดพร้าว นางบุษรา พูลสวัสดิ์ หรือ “ป้าหนู” อายุ 57 ปี แม่ค้าขายก๊วยเตี๋ยวผู้เคราะห์ร้าย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” และสื่อมวลชน หลังประสบอุบัติเหตุถูกสายเคเบิลร่วงลงมาเกี่ยวรถและรัดร่างจนได้รับบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นคนพิการ แต่คดีกลับถูกดองไว้นานกว่าครึ่งปี และไม่ได้รับการเหลียวแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ป้าหนู เล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์จะไปจ่ายตลาดตามปกติ เมื่อถึงบริเวณถนนเลียบคลองทวีวัฒนา หน้าสถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง ได้มีสายเคเบิลที่ห้อยระโยงระยางตกลงมาเกี่ยวพันตัวรถและรัดร่างของตนอย่างแรง จนร่างกระเด็นตกจากรถมอเตอร์ไซค์ลงกระแทกพื้น

จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หัวเข่าซ้ายแตกและเอ็นขาด แขนถลอกทั่วร่าง ต้องผ่าตัดด่วน พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่า 10 วัน จนกลายเป็นคนพิการ ปัจจุบันต้องใช้เครื่องช่วยเดิน (Walker) และไม้เท้าค้ำยัน ไม่สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติ

ป้าหนูแฉพฤติกรรมตำรวจ วันเกิดเหตุมีพลเมืองดีมาช่วยถ่ายรูปไว้ให้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านมาแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไร ก่อนให้มูลนิธิกู้ภัยพาตัวส่งโรงพยาบาล ผ่าตัดหัวเข่ารักษาตัวนาน 10 วัน เมื่อออกจาก รพ.มาแล้วจึงไปแจ้งความติดตามคดีที่ สน.ศาลาแดง ตำรวจถามว่าทำไมเพิ่งมาแจ้ง

ป้าหนูเผยด้วยความอัดอั้นว่า ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาพยายามติดตามคดีกับ สน.ศาลาแดง มาโดยตลอด แต่กลับพบกับอุปสรรคจากพนักงานสอบสวน โดยระบุว่าได้รับคำตอบที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง เช่น ตำรวจอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นสายของบริษัทไหน เพราะมีคนเก็บสายออกจากที่เกิดเหตุไปหมดแล้ว

แถมยังใช้คำพูดซ้ำเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า”ตำรวจงานเยอะ ไม่ได้มีคดีของคุณคนเดียวที่เดือดร้อน” และ “รักษาก็ไม่ได้เสียเงิน เพราะใช้สิทธิประกันสังคม จะเอาอะไรอีก”

ก่อนจะโยนภาระให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้เสียหายไปเดินเรื่องที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ เอง แต่เมื่อไปถึงกลับถูกปฏิเสธเพราะหลักฐานจากตำรวจไม่เพียงพอที่จะระบุเจ้าของสายเคเบิลได้

“ดิฉันต้องการความยุติธรรมค่ะ สายเคเบิลทั่วกรุงเทพฯ มันคือกับดักความตายของคนหาเช้ากินค่ำ ที่เจ็บใจที่สุดคือท่าทีของตำรวจที่ทำเหมือนชีวิตเราไม่มีค่า” ป้าหนู กล่าว

ทางด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ระบุว่ากรณีนี้ถือเป็นความละเลยอย่างร้ายแรง เพราะจุดเกิดเหตุอยู่หน้าสถานีตำรวจแท้ๆ แต่กลับไม่มีความคืบหน้า หลังจากนี้จะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าประสานงานกับหน่วยงานระดับสูง เพื่อจี้ให้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และไล่ตรวจสอบเส้นทางสายเคเบิลเพื่อหาบริษัทเจ้าของมาดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายให้ถึงที่สุด

“ประชาชนต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ-ตายหรือพิการฟรีเพราะความมักง่ายของบริษัทเอกชนและความเฉื่อยชาของเจ้าหน้าที่” จ่าคิงส์ กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะพาป้าหนู แม่ค้าผู้ประสบอุบัติเหตุเข้าปรึกษาของความช่วยเหลือพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ต่อไป

หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ป้าหนูออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน อีกรอบว่า ทางตำรวจกองปราบแนะนำให้ตนไปทำเรื่องร้องเรียนต่อกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ซึ่งรับผิดชอบดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสน. ศาลาแดง อีกครั้งหนึ่ง

About The Author

Related posts