ตร. ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา แถลงสถานการณ์ “เด็กหาย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเตือนภัยการค้ามนุษย์ยุคใหม่ หลังพบเด็กและเยาวชนถูกหลอกเข้าสู่ขบวนการสแกมเมอร์
ตลอดปี 2568 มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งเด็กหายรวม 265 ราย เป็นเด็กชาย 96 ราย และเด็กหญิง 169 ราย โดยมีเด็กหาย 47 รายที่ยังไม่พบตัว

สาเหตุหลักของเด็กหาย ได้แก่ การสมัครใจหนีออกจากบ้าน 176 ราย รองลงมาคือ การแย่งการปกครองบุตร 24 ราย และการถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ 19 ราย นอกจากนี้ยังพบกรณีเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสมอง ปัญหาสุขภาพจิต การพลัดหลง การขาดการติดต่อ และอุบัติเหตุ โดยในปีที่ผ่านมามีเด็กเล็กถูกลักพาตัวถึง 8 ราย

วันที่ 8 ม.ค. 69 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ,รอง โฆษก ตร. และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี มีการดำเนินงานต่อคดีจับกุมผู้ต้องหา 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย เมื่อจำแนกรูปแบบการกระทำความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จำนวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จำนวน 33 คดี (ในจำนวนนี้เป็นคดีล่วงละเมิดแรงงานเด็ก 15 คดี) ในส่วนประเด็นที่น่าห่วงใยคือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวน 213 ราย จากสถิติปี 2568 ยังสะท้อนถึงภัยคุกคามทางอาชญากรรมไซเบอร์ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคดีค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งเน้นการดำเนินการเชิงรุกในประเด็นสำคัญ การปราบปรามคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การบังคับทางเพศ (Sextortion) การค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ในภาคประมง ตลอดจนการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ป้องกันไม่ให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ


ทั้งนี้ ในกรณีเกิดเหตุคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันที ไม่ต้องรอ 24 ชั่วโมง โดยสามารถเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ สายด่วน 1599 ศูนย์คนหายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,สายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม และ มูลนิธิกระจกเงา 080 775 2637
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ยังได้ฝากข้อห่วงใยเกี่ยวกับการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ หรือหลอกทำภารกิจที่มีผลตอบแทนดีเกินจริง ให้เช็คแหล่งที่มาของข้อมูล และอย่าหลงชื่อกลลวงมิจฉาชีพ หลอกทำภารกิจ งานสบาย รายได้ดี ไม่มีอยู่จริง รวมถึงท่านอาจถูกหลอกไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน ถูกยึดพาสปอร์ต ถูกทำร้ายร่างกาย ช็อตไฟฟ้า ให้อดอาหาร และท่านอาจตกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และขบวนการค้ามนุษย์โดยไม่รู้ตัว

นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า ปีที่ผ่านมาพบสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ การค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ เด็กอายุ 15–18 ปี อย่างน้อย 19 ราย ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการชักชวนผ่านออนไลน์ ประกาศงานค่าตอบแทนสูง หรือหลอกให้เกิดความสัมพันธ์ ก่อนพาเดินทางและส่งต่อให้ขบวนการเพื่อแสวงหาประโยชน์
แม้จะมีมาตรการควบคุมชายแดน แต่ยังพบคนไทยถูกหลอกไปทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อข้ามแดนแล้วมักถูกกักขังในสถานที่ปิด ถูกจำกัดเสรีภาพ และไม่สามารถหลบหนีได้ หากไม่ยอมทำงานอาจตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย การค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานโดยสภาพ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ควบคุมเสรีภาพอย่างแนบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
ปัจจุบัน มูลนิธิกระจกเงายังอยู่ระหว่างติดตามและประสานความช่วยเหลือเด็กอีก 6 ราย ที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ และยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

โดยในการแถลงข่าววันนี้ ได้มีนางสมพร มารดาของเด็กชายที (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งลูกชายหายตัวไป ได้มาร้องขอความช่วยเหลือผ่านพลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ และสื่อมวลชน กล่าวว่า ลูกชายของตน เรียนจบ ม.3 แล้วพยายามหางานทำ เนื่องจากทางบ้านฐานะไม่ดี โดยลูกชายบอกว่า มีคนชักชวนไปทำงานเป็นช่างแอร์ที่ภาคอีสานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2568
ต่อมาบุตรชายได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา ตนเองจึงไปแจ้งความลูกหายที่ สภ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยต้องรอให้ลูกชายติดต่อกลับมาเองเพราะติดต่อลูกชายไม่ได้ จนประมาณเดือนพฤศจิกายน 2568 ลูกชายติดต่อกลับมาอีกครั้ง บอกว่าถูกทำร้ายร่างกาย ตีด้วยไม้เบสบอล โดยลูกชายบอกรายละเอียดสถานที่ทำงานได้ มูลนิธิกระจกเงา จึงประสานงาน พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้การช่วยเหลือ แต่เมื่อมีการประสานไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ปรากฏว่าลูกชายถูกพาย้ายสถานที่ทำงานจนตอนนี้ติดต่อลูกชายไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าลูกชายจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือลูกชายและคนไทยรายอื่นที่ถูกพาไปทำงานให้ได้กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

สำหรับการพาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมูลนิธิกระจกเงา ขอความร่วมมือผู้ปกครองป้องกันเด็กพลัดหลง โดยควรจดจำรูปพรรณบุตรหลาน ถ่ายภาพล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ก่อนออกจากบ้าน ติดป้ายชื่อและเบอร์ติดต่อให้เด็กพกติดตัว สอนจุดนัดพบและวิธีขอความช่วยเหลือ รวมถึงย้ำให้เด็กตะโกนขอความช่วยเหลือทันที หากบุตรหลานหายตัวไป ค้นหาในพื้นที่แล้วยังไม่พบตัว สามารถโทรแจ้ง 191 หรือแจ้งความเด็กหายได้ทันที โดยไม่ต้องรอครบ 24 ชั่วโมง
