ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบ ผจก.สุดแสบ! ลักเงินนายจ้างหนีเที่ยวกลางคืนก่อนดวงกุดซิ่งย้อนศรชนสิบล้อจนสาหัส
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา, พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สรศักดิ์ แสงจันทร์ สวญ.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล.เจ้าพนักงานผู้จับกุม นำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุม นายธีรภัทรฯ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 181/2567 ลงวันที่ 30 ส.ค.2567 ความผิดฐาน “ลักทรัพย์นายจ้าง ร่วมกันลักทรัพยนายจ้าง และลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.163/2568 ลงวันที่ 14 ต.ค.2568
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี
พฤติการณ์ทางคดี ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังจับกุม ผู้ต้องหาซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้จัดการร้านค้าปลีก-ส่ง อาศัยโอกาสยามวิกาลและตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องดูแลเงินรายได้ประจำวัน ก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างโดยไม่ยอมโอนเงินส่งสำนักงานใหญ่ตามกำหนด นำเงินที่ได้ไปใช้เที่ยวเตร่ดื่มสุราจนเมามาย ก่อนจะขับรถย้อนศรพุ่งชนรถบรรทุกสิบล้ออย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังรักษาตัวจนอาการดีขึ้น กลับพยายามปั้นเรื่องตบตาว่าเงินหายไประหว่างประสบอุบัติเหตุบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย และได้หลบหนีเพื่อเลี่ยงความผิดในขณะที่ตนเองยังบาดเจ็บอยู่ แต่สุดท้ายไม่รอด เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจนถูกรวบตัวดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส.ต.อ.ธนิสร มะโนคำ โทร. 063-8874653
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
