ทนายบิ๊กโจ๊กยื่น ป.ป.ช. คัดค้านส่งสำนวนกลับตำรวจ 4 เหตุผล ชี้คดีต้องเดินหน้าไม่ใช่ถอยหลัง — บิ๊กโจ๊กยันอยู่ไทยสู้คดีเต็มที่
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และคัดค้านการส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท กลับไปยังคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจ ตามมาตรา 61 วรรค 2 แห่ง พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 โดยขอให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการไต่สวนคดีต่อไป
นายสัญญาภัชระระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการแสดงเจตจำนงคัดค้านการส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจ พร้อมเสนอเหตุผล 4 ประเด็น ได้แก่
ที่มาของพยานหลักฐานอาจมีข้อโต้แย้งว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พยานบุคคลอาจถูกจูงใจ ข่มขู่ หรือบังคับให้ให้ถ้อยคำในลักษณะปรักปรำผู้ถูกกล่าวหาคณะพนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้มอบทองคำให้กรรมการ ป.ป.ช.
ความไม่เป็นกลางของคณะพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีนายตำรวจบางรายเป็นคู่กรณีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
นอกจากนี้ นายสัญญาภัชระยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะพนักงานสอบสวนแถลงเปิดเผยรายละเอียดพยานหลักฐานต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา อาจเข้าข่ายเปิดเผยข้อมูลในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งอาจขัดต่อมาตรา 36 และ 37 แห่ง พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ข้อ 6 ของระเบียบ ป.ป.ช. และอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
นายสัญญาภัชระกล่าวว่า เมื่อคณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ซึ่งเป็นการส่งก่อนครบกำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นคำให้การเพิ่มเติมในวันที่ 15 มกราคม กระบวนการคดีจึงควรเดินหน้าตามขั้นตอนของ ป.ป.ช. ต่อไป การส่งสำนวนกลับตำรวจถือเป็นการถอยหลังของคดี และอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวลว่าคดีจะอยู่ในมือ ป.ป.ช. ต่อไป ทั้งที่มีกรรมการ ป.ป.ช. เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา นายสัญญาภัชระกล่าวว่า ตนเป็นทนายความมากว่า 32 ปี และยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศว่า ป.ป.ช. จะไม่ช่วยเหลือกันเอง และจะไม่เสียหลักการ
สำหรับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายสัญญาภัชระเปิดเผยว่า ได้เข้าพบและพูดคุยกันในช่วงเช้า โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่กังวลใด ๆ ยืนยันจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมย้ำว่ายังอยู่ในประเทศไทย จะไม่หลบหนีไปไหน แต่จะยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อในช่วงนี้ เนื่องจากคดีอยู่ในชั้น ป.ป.ช. แล้ว
นายสัญญาภัชระกล่าวทิ้งท้ายว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง การจะลงโทษบุคคลใดจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาดำเนินการต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม
