กสม. ชูผลงานด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีระดับภูมิภาค APF และ SEANF จับมือประเทศสมาชิกขับเคลื่อนสิทธิในสิ่งแวดล้อม สิทธิดิจิทัล และสิทธิผู้สูงอายุ

(กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 39/2568)

กสม. ชูผลงานด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีระดับภูมิภาค APF และ SEANF จับมือประเทศสมาชิกขับเคลื่อนสิทธิในสิ่งแวดล้อม สิทธิดิจิทัล และสิทธิผู้สูงอายุ – ตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ นครราชสีมา 4 – วังน้อย แนะรับฟังผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเพิ่มเติม – มีมติหยิบยกกรณีพบห้องวีไอพีของผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขึ้นตรวจสอบ

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายนฤนาท คุ้มไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 39/2568 โดยมีวาระสำคัญ 3 เรื่อง ดังนี้

1. กสม. ชูผลงานด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค APF และ SEANF จับมือประเทศสมาชิกขับเคลื่อนสิทธิในสิ่งแวดล้อม สิทธิดิจิทัล และสิทธิผู้สูงอายุ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในห้วงเดือนพฤศจิกายนนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทยได้เข้าร่วมและมีบทบาทเชิงรุกในเวทีความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2568 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมประจำปีและการประชุมใหญ่ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions: APF) ครั้งที่ 30 ณ เมืองนาดี ประเทศฟีจี ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนทิศทางการดำเนินงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกทั้ง 27 แห่ง และยกระดับบทบาทให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสอดคล้องกับหลักการปารีสหรือหลักการเกี่ยวกับสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และมาตรฐานสากล

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งครอบคลุมการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ปัญหาหมอกควัน มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 และการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่ายผ่านสมัชชาสิทธิมนุษยชน และการกำหนดให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในวาระขับเคลื่อนสำคัญระดับชาติ ในการประชุมดังกล่าว ประเทศสมาชิกได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในสามประเด็นหลัก ได้แก่ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนในการรับมือกับความท้าทายร่วมสมัยของภูมิภาค

นอกจากนั้น ที่ประชุมได้หารือและรับฟังการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และ World Justice Project (WJP) เกี่ยวกับเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของสถาบันสิทธิมนุษยชน เช่น ดัชนีหลักนิติธรรม และ Human Rights Dashboard ซึ่ง กสม. มีความร่วมมือกับ WJP และอยู่ระหว่างการพัฒนาดัชนีสิทธิมนุษยชนที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 – 20 พฤศจิกายน 2568 กสม. โดยนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมประจำปีของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum: SEANF) ครั้งที่ 22 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกให้สอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โอกาสนี้ ประธาน กสม. ได้นำเสนอพัฒนาการและผลการดำเนินงานสำคัญของ กสม. ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การเปิดสำนักงานภูมิภาคแห่งใหม่ในภาคเหนือเพื่อขยายการเข้าถึงกลไกคุ้มครองสิทธิของประชาชน สถิติข้อร้องเรียนและผลการตรวจสอบกรณีสำคัญ การตอบรับข้อเสนอแนะจากรัฐบาล ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการเมืองสิทธิมนุษยชนและสมัชชาสิทธิมนุษยชน พร้อมกันนี้ ได้รายงานที่ประชุมถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาภายหลังการจัดทำข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า กสม. จะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หากพบว่ามีเหตุที่อาจกระทบต่อสิทธิมนุษยชน

นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการป้องกันการทรมานตามแผนยุทธศาสตร์ SEANF โดยเน้นการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างผ่านความร่วมมือกับกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในสถานที่ควบคุมตัวตามมาตรฐานของพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (OPCAT) รวมถึงการพัฒนาแนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ ประธาน กสม. ยังได้ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีอภิปรายหัวข้อสิทธิมนุษยชนในสังคมดิจิทัล โดยนำเสนอความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเน้นย้ำบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กและเยาวชน และการส่งเสริมให้รัฐและภาคธุรกิจดำเนินการตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน หรือ UNGPs อย่างเป็นรูปธรรม

ที่ประชุม SEANF ยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ ซึ่งที่ประชุมแสดงจุดยืนร่วมกันถึงความจำเป็นในการมีพันธกรณีระหว่างประเทศในประเด็นดังกล่าว และย้ำว่าการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุเป็นวาระสำคัญที่ต้องได้รับการผลักดันในระดับภูมิภาคควบคู่กับเวทีโลก ซึ่ง กสม. ได้แสดงความพร้อมที่จะขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวร่วมกับสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอื่นในภูมิภาค

“การมีส่วนร่วมของ กสม. ในเวที APF และ SEANF ครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของ กสม. และประเทศไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิดิจิทัล การป้องกันการทรมาน และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน” นายวสันต์กล่าว

About The Author

Related posts