ลูกแชร์อยุธยา ร้องกองปราบ ถูก “บ้านแชร์ดัง” ล้มวงเชิด 20 ล้าน 

กลุ่มผู้เสียหายร้อง ปอศ. เปิดพฤติการณ์บ้านแชร์ดัง สร้างโปรไฟล์หรู ชวนลงทุนหลากรูปแบบออกลาย “ส่อโกง” อ้างแขวนยอด-ทยอยจ่าย ก่อนเชิดหนี้ด่าทอเหยื่อ หนำซ้ำ ท้าวแชร์ใช้ชีวิตชิล-เปิดวงใหม่หลอกเหยื่อซ้ำ

เวลา 10.30 น.วันที่ 18 ส.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายจากการร่วมเล่นแชร์ออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมและแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.กรณีถูกท้าวแชร์รายใหญ่เบี้ยวจ่ายเงิน อ้างบ้านแชร์ล้ม มูลค่าความเสียหายรวมทั้งระบบประเมินสูงถึง 10–20 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า บ้านแชร์ดังกล่าวมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงการแชร์ออนไลน์ โดยท้าวแชร์มีการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านโซเชียลมีเดียด้วยการโพสต์ภาพการใช้ชีวิตที่หรูหรา แสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน ทำให้ลูกแชร์เกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะนำเงินมาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยกติกาและรูปแบบการเล่นแชร์มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่วงเล็กหลักพันไปจนถึงวงใหญ่ระดับ 500,000-600,000 บาทต่อวง มีเงื่อนไขการส่งเงินทั้งแบบรายวัน, ราย 5 วัน, ราย 10 วัน, รายครึ่งเดือน และรายเดือน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดแชร์ในรูปแบบ “ปิดต้น” ซึ่งเป็นการจูงใจให้ลูกแชร์โอนเงินก้อนล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เปิดวง (เช่น วง 100,000 บาท) เพื่อรอรับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยสูงในลำดับมือท้ายๆ โดยท้าวแชร์จะเปิดรับผู้ปิดต้นในแต่ละวงประมาณ 5–10 คน ทำให้ในวันแรกที่เปิดวง เท้าแชร์จะได้รับเงินสดก้อนใหญ่ไปหมุนทันทีนับล้านบาท

ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดที่ลูกแชร์ต้องได้รับเงิน แต่กลับไม่ได้รับชำระ โดยท้าวแชร์อ้างเหตุผลสารพัด เช่น บ้านแชร์มีปัญหา, สภาพคล่องติดขัด, ถูกลูกแชร์รายอื่นโกง หรือบัญชีถูกอายัด จากนั้นได้ทำการ “แขวนยอด” และประกาศยุติตารางเดินวงเดิม โดยเสนอเงื่อนไขว่าจะขอตัดดอกเบี้ยออกทั้งหมด และจะทยอยคืนเฉพาะเงินต้นให้เป็นรายงวด เช่น วันละ 300 ถึง 1,000 บาท แต่ในความเป็นจริง ผู้เสียหายส่วนใหญ่กลับได้รับเงินคืนเพียงแค่ช่วง 1–2 เดือนแรกเท่านั้น (เฉลี่ยไม่กี่ร้อยบาทหรือไม่ถึงหมื่นบาท จากยอดความเสียหายหลักแสนถึงหลักล้านบาท) ก่อนที่ท้าวแชร์จะหยุดจ่ายเงินอย่างสิ้นเชิง

เมื่อผู้เสียหายเข้าไปทวงถามหรือขอความชัดเจนในกลุ่มไลน์ กลับถูกเตะออกจากกลุ่มทันที และเมื่อทักแชตส่วนตัวไปทวงถาม ท้าวแชร์จะใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรงด่าทอโต้ตอบ รวมทั้งข่มขู่และท้าทายให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องคดีเอาเอง โดยอ้างว่าหากถูกฟ้องแพ่งก็ไม่กลัวและจะไม่มีการจ่ายเงินให้

ผู้เสียหาย เล่าต่อว่า สิ่งที่สร้างความเดือดร้อนและเจ็บแค้นใจให้แก่กลุ่มผู้เสียหายเป็นอย่างมาก คือขณะที่ลูกแชร์หลายรายต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต บางรายเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ต้องเจียดเงินรายได้รายวันมาส่งแชร์ แต่ท้าวแชร์และกลุ่มคนหลังบ้าน (รวมถึงเลขาส่วนตัว) กลับยังคงใช้ชีวิตตามปกติอย่างสุขสบาย และที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ แม้บ้านแชร์เดิมจะล้มและมีผู้เสียหายจำนวนมาก แต่ท้าวแชร์รายนี้ยังคงเดินหน้าเปิดวงแชร์ใหม่และรับสมาชิกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเป็นการหาเงินมาหมุนจ่ายคืนวงเก่า ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการหมุนเงินลวงโลก และเสี่ยงที่จะมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น กลุ่มผู้เสียหายจึงเดินทางมาร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบและยื่นประเด็นสำคัญ คือ ให้ตรวจสอบจำนวนผู้เสียหายและยอดเสียหายจริง เนื่องจากเบื้องต้นรวบรวมได้ราว 8 ล้านบาท แต่คาดว่ายอดความเสียหายทั้งระบบอาจสูงถึง 20–50 ล้านบาท มีผู้เสียหายกระจายอยู่ทั่วประเทศ และให้ตรวจสอบพฤติการณ์การดำเนินวงแชร์ ทั้งก่อนและหลังเกิดปัญหา เพื่อดูเจตนาว่าเข้าข่ายฉ้อโกงตั้งแต่แรกหรือไม่ และตรวจสอบการเปิดรับสมาชิกใหม่ กรณีเปิดวงแชร์ซ้ำหลังบ้านแชร์ล้ม

นอกจากนี้ขอให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่ยึดอายัดทรัพย์สินของท้าวแชร์ เลขาฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย รวมถึง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างในสังคม

About The Author

Related posts