กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. และ กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นางสาวธภาภัค นันทิวารัช อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.642/2569 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่นว่านั้น และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 15

สถานที่จับกุม หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ภายใน ซ.พระรามที่ 2 ซ.38 ถ.พระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายรวม 16 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.พีระพัฒน์ สุทธเสนา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. หลังสั่งซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศจีน ทริป “เฉิงตู ต๋ากู่ปิงชวน จิ่วจ้ายโกว สี่ดรุณี” กำหนดเดินทางช่วงเดือนมีนาคม 2569 ในราคาคนละ 28,500 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถเดินทางได้จริง

จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดบริษัทบังหน้าในชื่อ บริษัท ทีพี เจอร์นีย์ จำกัด ตรวจสอบพบว่ามีการจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อตรวจสอบกับ กรมการท่องเที่ยว กลับพบว่า “ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด” นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบเอกสารเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ที่ใช้รับโอนเงิน พบความผิดปกติชัดเจน โดยทุกครั้งที่มีเงินโอนจากผู้เสียหาย เงินจะถูกโอนออกไปยังบุคคลต่างๆ ทันทีภายในวันเดียวกัน จนปัจจุบัน ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเป็น 0 บาท และประวัติของแก๊งทัวร์ทิพย์กลุ่มนี้ พบว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงหลายคดี ขณะที่กรรมการบริษัทพบถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาตลิ่งชันเพื่อขออนุมัติออกหมายจับกุมผู้ต้องหา มาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ต่อมา ภายใต้การอำนวยการสั่งการ ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย บก.ปคบ., บก.ปอศ. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.วุฒิชัย กีรฏิกุล รอง สว.(สส.) กก.2 บก.ทท.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ จนามารถเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบสวนคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง แต่เป็นเพราะ “การบริหารงานที่ผิดพลาด” ส่วนเงินที่ได้มีการจองตั๋วเครื่องบินให้กับเอเจนซี่บริษัทจีน ในชื่อ YUHOW (ยูฮาว)
