“เทวาลัย‘ดังชัยภูมิ บุกร้อง ปปป. สงสัยตำรวจละเว้นหน้าที่ คดีหม้อแปลง-เสาไฟหาย อ้างขายไปแล้ว แต่จู่ๆ เอาเสามาคืนหลังซื้อใหม่แค่ 3 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ค. 69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” ได้นำ นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ อายุ 47 ปี ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระศรีมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ) เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน และผู้กำกับการ สภ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่

นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่ตนไม่อยู่ในพื้นที่ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5–6 คน พร้อมรถเครนขนาดใหญ่ บุกเข้ารื้อถอนหม้อแปลงไฟฟ้า มิเตอร์ และเสาไฟฟ้าแรงสูง ออกไปจากเทวาลัยอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่บ้านเข้าไปสอบถาม กลุ่มดังกล่าวอ้างว่ารับคำสั่งจากบุคคลหนึ่งให้มารื้อเอาไปขาย และยังตัดสายไฟฟ้าแรงสูงทิ้งกระจายเกลื่อน สร้างความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 260,000 บาท อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา

นายพรหมมาศหฤษฎ์ คาดว่า เหตุการณ์นี้มีผู้อยู่เบื้องหลังว่าจ้างมา เพื่อกลั่นแกล้งและทำลายภาพลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวเทวาลัยฯ โดยตนได้นำหลักฐานทั้งภาพถ่ายรถยก ทะเบียนรถ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินยืนยันความเป็นเจ้าของ รวมทั้งพยานที่เคยรับเงินติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเมี่อประมาณปี 2561 ซึ่งทางคุณพรหมมาศหฤษฎ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เทพสถิต ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2569

ผู้เสียหาย ระบุต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบหน้า ตำรวจไม่สืบสวนสอบสวนหาคนทำผิด ตลอดจนไม่ติดตามยึดของกลางคืน โดยอ้างเพียงว่า “หม้อแปลงถูกขายไปแล้ว ไม่สามารถติดตามเอาคืนได้” ส่งผลให้เทวาลัยไม่มีไฟฟ้าใช้งาน เดือดร้อนหนัก ผ่านไป 3 เดือน (วันที่ 3 ก.ค.2569) ตนจำใจยอมจ่ายเงิน 380,000 บาท เพื่อสั่งซื้อชุดหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หลังจ่ายเงินซื้อใหม่ได้เพียง 3 วัน (6 ก.ค.2569) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีกลับติดต่อมาแจ้งว่า “บริษัทรถยกแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำเสาไฟฟ้ามาส่งคืนให้ที่ สภ.เทพสถิต” แต่กลับไม่มีหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักนำมาคืนด้วย

“ผมเดือดร้อนมาก ตลอดสามเดือนเทวาลัย ไม่มีไฟฟ้าใช้ให้บริการนักท่องเที่ยวเพราะตำรวจบอกติดตามของกลางไม่ได้ ถูกขายไปแล้ว ผมเลยต้องดิ้นรนหาเงินซื้อใหม่ แต่พอซื้อได้แค่ 3 วัน ตำรวจกลับบอกว่าเขานำเสามาคืนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่คืนทั้งหมดตั้งแต่แรก และปล่อยให้ผมต้องเสียเงินซื้อใหม่ทำไม วันนี้จึงนำหลักฐานทั้งหมดมายื่นให้ ปปป. ตรวจสอบว่าตำรวจเข้าข่ายผิด ม.157 หรือไม่” นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าว

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ กล่าวเสริมว่า ประเด็นสำคัญคือพฤติการณ์อันน่าสงสัยของการทำงานในท้องที่ สภ.เทพสถิต เหตุใดตลอดหลายเดือนจึงไม่เร่งรัดติดตามยึดของกลางคืนให้ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 85/1 เพื่อบรรเทาทุกข์ แต่พอผู้เสียหายยอมจ่ายเงินซื้อใหม่วันที่ 3 ก.ค.พอวันที่ 6 ก.ค. กลับอ้างว่ารถยกบริสุทธิ์ใจนำเสามาคืน

“คำว่า ‘บริสุทธิ์ใจ’ แต่คืนแค่เสาไฟไม่คืนหม้อแปลง มันฟังขึ้นหรือไม่? แล้วหม้อแปลงที่อ้างว่าขายไปแล้ว แท้จริงอยู่ที่ไหน ใครได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเสียเงินซ้ำซ้อน?” จ่าคิงส์ ตั้งข้อสังเกต

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รับเรื่อง สอบปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

About The Author

Related posts