ทลายผับลับซอย 1 ปาร์ตี้ยาเปิดโจ๋งครึ่มยันหว่าง เอาใจกลุ่มบาร์โฮส-สาวเอ็นเตอร์เทน ย่านห้วยขวาง อำพรางเป็นร้านเกม ยึดยาเพียบ

“รองจ๋อ” สนธิกำลัง ปปส.กทม.ทลายผับลับซอย 1 ปาร์ตี้ยาเปิดโจ๋งครึ่มยันหว่าง เอาใจกลุ่มบาร์โฮส-สาวเอ็นเตอร์เทน ย่านห้วยขวาง อำพรางเป็นร้านเกม ยึดยาเพียบ จับเจ้าของ-พนักงาน-นักดื่ม รวม 11 ราย

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รองผกก.กก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.และ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม., นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ยาเสพติด บช น (ศอ.ปส.บช.น. ), สืบ บก.น.1 และสน.ห้วยขวางเปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัปยา” หลังนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา รวม 11 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้

1. ยาอี (MDMA) 224 เม็ด

2. ยาไอซ์ 51.16 กรัม

3. โคเคน: 3.83 กรัม

4. คีตามีน 326.24 กรัม

5. หัวพ็อตเค 19 หัว

6. บุหรี่ไฟฟ้า: 38 ตัว

7. เงินสด 91,000 บาท

8. แหวน 2 วง

9. พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์

รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 300,000 บาท

จากกรณีเพลิงไหม้ร้านเหล้าชื่อดังย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่นครบาล กระทั่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วรศักดิ์ ผบก.น.1 ว่ามีผับแห่งหนึ่งซึ่งมีนามเรียกขานเฉพาะกลุ่มว่า “ผับลับ” ซึ่งมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเบาะแสว่าภายในผับลับนี้ มีการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดให้ลูกค้าทะลุมิติอย่างครบวงจรภายในร้าน จนกล่าวได้ว่าเข้าผับนี้แล้วจะไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว พล.ต.ต.ธีรเดชรอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ 1 ลงพื้นที่สืบสวนโดยทันที กระทั่งจนสืบทราบว่าผับลับแห่งนี้มีพิกัดตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ ย่านห้วยขวาง เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โดยอำพรางภายนอกให้เสมือนเป็น “ร้านเกมส์” มีการนำผ้าใบและรถมาจอดปิดบังหน้าร้านจนแนบเนียมมาก หากมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบว่าเป็นผับ

สำหรับผับลับแห่งนี้จะถูกเรียกขานกันว่า “ร้านลับซอย1” มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามั่วสุมในร้านนี้ขาประจำคือ กลุ่มบาร์โฮส และ สาวเอ็นเตอร์เทรน ที่มักจะพาลูกค้าหรือคู่ขาของตนเองมาต่อ “หลังผับปิด” โดยมีทางร้านจะมีบริการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เคตามีน , พอตเค และ ยาอี ซื้อขายกับพนักงานร้านได้และลูกค้าสามารถเสพยาเสพติดที่โต๊ะตนเองได้ภายในร้านโดยไม่ต้องหลบซ่อนและด้วยสภาพภายในร้านที่มีการปิดฟิล์มดำทึบจนไม่สามารถทราบกลางวันกลางคืนได้ ทำให้ผับลับนี้คนจะแน่นหนาตั้งแต่ห้วง 04.00 น. ไปจนถึง 15.00 น.

จนลูกค้าบางรายเมื่อเดินออกจากร้านมีอาการหลงเวลา ดวงตาไม่สามารถสู้แสงได้ และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือสภาพอาคารสถานที่ เป็นที่แคบและทึบ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟใดๆ อีกทั้งผู้มาใช้บริการในผับลับนี้มีการใช้สารเสพติด มีการใช้ “ไฟแช็ก” ภายในร้าน และยังมีห้องครัวปิดตายอยู่ด้านหลังอาคาร ขัดต่อหลักมาตรฐานเกือบทุกจุด เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นการลักลอบเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตใดๆทั้งสิ้น

พล.ต.ท.สยาม ผบช.น. เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า หลังจาก พล.ต.ต.ธีรเดช รองผบช.น.นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ บก.น.1 ได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และได้ยืนคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นผับลับดังกล่าวและศาลได้อนุมัติหมายค้นเป็นที่เรียบร้อย จนนำมาสู่ปฏิบัติการเข้าตรวจสอบผับลับแห่งนี้ โดยในวันที่ 18 ก.ค. 69 เวลา 08.25 น. ได้มีการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และตำรวจ เพื่อใช้มาตราการยึดทรัพย์จึงนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ ห้วยขวาง

ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาเสพติดหลายรายการ อยู่บนโต๊ะ, อยู่ที่ตัวลูกค้า และอยู่ที่เคาน์เตอร์พนักงานร้าน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 11 ราย โดยแบ่งเป็น 4 ราย เป็นเจ้าของร้าน และพนักงานขายยาเสพติด อีก 7 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่า บริเวณชั้นล่าง เป็นการเปิดสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ แสงสีเสียง ครบครัน มีพนักงานร้าน คอยบริการกลุ่มลูกค้าอยู่ รวม 28 ราย จากการตรวจสารเสพติดในร่างกายของกลุ่มลูกค้า พบว่ามีสารเสพติดอาทิ เมทแอมเฟตามีน,โคเคน,ยาอี,เคตามีน อยู่ในร่างกาย และหนึ่งในพนักงานของร้าน มียาเสพติดได้แก่ ยาเค และพอตเค ไว้ในครอบครอง บริเวณชั้นลอย เปิดเป็นห้อง VIP มีไว้เพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติด แต่ไม่มีผู้ใช้บริการอยู่ บริเวณชั้น 2 พบนายเอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานบริการ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) แฟนของนายเอ พักอาศัยอยู่ในห้อง หลังจากตรวจค้นโดยละเอียด พบยาเสพติดหลายประเภท อาทิ ยาไอซ์ ยาเค ยาอี พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักของนายเอ (นามสมมุติ) จำนวนมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำความผิด ดังนี้ 1. นายสมชาย แสงวงศ์ อายุ 40 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้แสดงตนเป็นเจ้าสถานบันเทิง แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์,ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ช่วยซ่อนเร้น ซื้อ รับไว้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งของที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร (บุหรี่ไฟฟ้า) โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของต้องห้าม, ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ฝ่าฝืนเงื่อนไขเวลาเปิด-ปิดสถานบริการตามใบอนุญาต

2. นายพัฒนา สังข์ทอง อายุ 43 ปี ชาวเขตมีนบุรี กทม. แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

3. กลุ่มพนักงานและกลุ่มลูกค้าที่พบสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 9 ราย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบสวน นายสมชาย เจ้าของร้าน ได้ให้การว่า “ตนเปิดสถานบริการลับนี้มาแล้วประมาณ 1-2 ปี เศษ และรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อเสพเอง และจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ”

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ยาเสพติดไม่ใช่เพียงต้นตอของอาชญากรรม แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ บช.น. จึงเดินหน้าปราบปรามแหล่งจำหน่ายและแหล่งมั่วสุมยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสถานบริการหรือสถานที่ที่ลักลอบเปิดให้มีการจำหน่ายและเสพยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ใช้บริการและประชาชนโดยรอบ ผับลับแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ภายในมีการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด ขณะที่ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์คูหาเดียว มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟ และด้านหลังยังเป็นห้องครัวที่ปิดทึบ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ภายในซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาหรือขาดสติจากการเสพยา ย่อมมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตอย่างยิ่ง

“จากบทเรียนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสังคมเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการปล่อยให้แหล่งมั่วสุมยาเสพติดดำรงอยู่ คือการสร้างระเบิดเวลาที่พร้อมคร่าชีวิตผู้คนได้ทุกเมื่อ บช.น. จะเดินหน้าขยายผลจับกุมทั้งผู้ค้า ผู้จัดหา และผู้ที่เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างถึงที่สุด จึงขอเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกแห่งว่า อย่าคิดว่าการละเลยปัญหายาเสพติดและมาตรการความปลอดภัยเป็นเรื่องเล็ก เพราะ ผลกำไรที่ได้มา ไม่อาจแลกกับชีวิตของประชาชนได้”

///

About The Author

Related posts