ตำรวจท่องเที่ยวเดินหน้ากวาดล้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินมาตรการ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” อย่างเข้มข้น โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. มอบหมายชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า มีกลุ่มชายชาวอินเดียแต่งกายคล้ายนักบวช ตระเวนหลอกดูดวงและเรียกเก็บเงินตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มดังกล่าวจะเดินเข้าไปทักนักท่องเที่ยวตามชายหาด ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ก่อนอ้างว่า “ดวงกำลังตก”, “มีเคราะห์ใหญ่” หรือ “ทำคุณคนไม่ขึ้น” แล้วเสนอช่วยดูดวงและทำพิธีสะเดาะเคราะห์ พร้อมใช้ด้ายแดง ผ้ายันต์ หรือเขียนเลขมงคลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนเรียกเก็บ “ค่าครู” เริ่มตั้งแต่ 199 บาท และชักชวนให้จ่ายเงินหลักพันบาทเพื่อทำพิธีแก้กรรม หากเหยื่อปฏิเสธจะมีการกดดันหรือข่มขู่จนยอมจ่ายเงิน

กระทั่งเวลา 13.20 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท.,พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก. สืบสวนบช.ทท., พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท., ว่าที่ พ.ต.ต.ภัทรพล ชูชื่อ สว.ฝอ.2 บก.อก.บช.ทท.ช่วยราชการ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. ได้นำกำลังชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจสอบร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา พบชายชาวอินเดียกำลังดูลายมือ ดูใบหน้า และทำนายโชคชะตาให้กับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ Mr.SINGH อายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย และพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน

นักท่องเที่ยวผู้เสียหายให้การว่า ผู้ต้องหาเข้ามาทักว่าเป็นคนมีเคราะห์ ก่อนดูดวงให้และเรียกเก็บค่าครู 199 บาท โดยตนและเพื่อนได้โอนเงินคนละ 200 บาท จากนั้นยังเสนอให้จ่ายเพิ่ม 1,900 บาท เพื่อทำพิธีแก้กรรม แต่ปฏิเสธเนื่องจากไม่มีเงิน

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ประกอบอาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับเงินจากการดูดวงให้กับนักท่องเที่ยวจริง

ตำรวจท่องเที่ยวฝากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว หากมีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาทักว่า “มีเคราะห์” หรือชักชวนทำพิธีสะเดาะเคราะห์เพื่อเรียกเก็บเงิน ควรหลีกเลี่ยงและไม่หลงเชื่อ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ รวมถึงเป็นการสนับสนุนการลักลอบทำงานของชาวต่างชาติ หากพบพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
