กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอ กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หลังได้รับเบาะแสจากตัวแทนผู้ประกอบการก๊าซหุงต้มว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และมีพฤติการณ์นำถังก๊าซเก่าหรือถังที่หมดอายุการใช้งานมาซ่อมแซมและพ่นสีใหม่ ก่อนนำกลับไปจำหน่ายให้ประชาชน
ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว ซึ่งเปิดจำหน่ายก๊าซหุงต้มให้ประชาชนตามปกติ พบถังก๊าซหุงต้มทั้งถังเปล่าและถังบรรจุก๊าซรวม 538 ถัง มูลค่าประมาณ 413,730 บาท และตรวจพบถังก๊าซที่หมดอายุการใช้งาน 38 ถัง จากการสอบถามเจ้าของร้านรับว่า ประกอบกิจการมานานกว่า 20 ปี และหากพบถังก๊าซที่มีสภาพเก่าหรือชำรุด จะทำการ ซ่อมแซม ขัดสนิม และพ่นสีใหม่ด้วยตนเอง เพื่อให้มีสภาพคล้ายถังใหม่ โดยไม่ได้ส่งให้บริษัทเจ้าของถังหรือโรงงานที่ได้รับการรับรองตรวจสอบ ทดสอบแรงดัน และรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐาน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าสถานที่ดังกล่าว ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 สำหรับสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายก๊าซหุงต้ม อีกทั้งยังไม่มีระบบจัดเก็บและระบบป้องกันอัคคีภัยที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งที่ก๊าซหุงต้มเป็นวัตถุไวไฟแรงดันสูง หากเกิดการรั่วไหลหรือมีแหล่งกำเนิดประกายไฟ อาจนำไปสู่เหตุเพลิงไหม้หรือการระเบิดรุนแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ซึ่งการนำถังก๊าซที่หมดอายุการใช้งาน หรือถังที่มีการดัดแปลง ซ่อมแซม และพ่นสีใหม่โดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากโรงงานหรือวิศวกรผู้มีอำนาจรับรอง ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างของถังอาจเสื่อมสภาพจากการใช้งาน สนิม หรือการกัดกร่อน ทำให้ไม่สามารถรองรับแรงดันก๊าซได้เหมือนเดิม หากเกิดการรั่วไหลหรือได้รับความร้อนสูง อาจนำไปสู่การระเบิดของถังอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ในวงกว้าง ก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่อยู่ในแทบทุกครัวเรือน ร้านอาหาร และกิจการขนาดเล็ก หากได้รับการบรรจุ จัดเก็บ และใช้งานตามมาตรฐาน ก็มีความปลอดภัยสูง แต่หากมีการลักลอบจำหน่ายถังก๊าซที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือดัดแปลงซ่อมแซมโดยไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดถังก๊าซทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตือนประชาชนให้เลือกใช้ก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง สังเกตสภาพถังแก๊สก่อนใช้งาน ไม่ควรใช้ถังที่มีร่องรอยผุกร่อน สีผิดปกติ หรือมีการดัดแปลง และหากพบร้านจำหน่ายก๊าซที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบได้ทันที
ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน
1. ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 (สถานที่จัดเก็บและจำหน่ายก๊าซหุงต้ม) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 มาตรา 17 (3) ประกอบมาตรา 65 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ใช้ถังก๊าซหุงต้มที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวง (ถังก๊าซหุงต้มเสื่อมสภาพ/หมดอายุการใช้งาน) ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 66 และประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง การบำรุงรักษาและการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2560 ข้อ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เตือนภัย ในการเลือกซื้อหรือเปลี่ยนถังก๊าซหุงต้มเพื่อนำไปใช้งานในครัวเรือน ควรสังเกตและตรวจสอบสภาพถังแก๊สอย่างถี่ถ้วน โดยถังแก๊สที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยต้องมีลักษณะดังนี้ มีตราสัญลักษณ์เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) บนตัวถังชัดเจน, มีการระบุเดือน/ปีที่หมดอายุ หรือกำหนดเวลาที่ต้องส่งตรวจสอบสภาพอย่างชัดเจน, ตัวถังต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บิดเบี้ยว ไม่บุบ ไม่มีรอยสนิมขุมกัดกร่อนหนา และคอถังวาล์วต้องไม่มีรอยซึม และควรเลือกซื้อและเปลี่ยนถังแก๊สจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีสถานที่ตั้งเป็น หลักแหล่ง และได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องจากกรมธุรกิจพลังงาน หรือหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ไม่ควรสั่งซื้อถังแก๊สราคาถูกผิดปกติผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาหรือมาตรฐานของถังได้
