ผู้บุกเบิกดิสรัปต์วงการพระเครื่องไทย พลิกโฉมจาก “ความเชื่อ” สู่ “วิทยาศาสตร์” ด้วยมาตรฐานสากล PSDA และ ISO

“อ.โจ๊กบ้านสมเด็จ-ณัฐพงษ์ เกษสาคร” ผู้บริหารและอาจารย์ (เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาประวัติศาสตร์การสร้างพระสมเด็จ (วัดระฆัง) และวัฒนธรรมไทยสมัยสมเด็จฯ โต

เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “เก็บพระสมเด็จตามตำรา”

ผู้บุกเบิกดิสรัปต์วงการพระเครื่องไทย พลิกโฉมจาก “ความเชื่อ” สู่ “วิทยาศาสตร์” ด้วยมาตรฐานสากล PSDA และ ISO

•จากนักวิชาการสู่ผู้พลิกโฉมวงการพระเครื่องไทย

ดร.ณัฐพงษ์ เกษสาคร หรือที่คนในวงการรู้จักกันในนาม “จารย์โจ๊กบ้านสมเด็จ”กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในฐานะ “ผู้นำเทรนด์การเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ของวงการพระเครื่องและวัตถุมงคลไทย

ในอดีต

”จารย์โจ๊ก“ มีภูมิหลังและผลงานในแวดวงวิชาการและการบริหารจัดการ โดยมีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในฐานข้อมูลวิชาการชั้นนำ เช่น ฐานข้อมูล Scopus งานวิจัยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ

Factors Determining the Behavioral Intention of Using  Food Delivery Apps during COVID-19 Pandemics (การศึกษาพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารในช่วงโควิด-19) Green Entrepreneurial Orientation and Green Innovation in Small and Medium-Sized Enterprises (SMEs) (นวัตกรรมสีเขียวและการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจขนาดกลางและย่อม Entrepreneurial orientation and SME performance: The mediating role of learning orientation

ด้วยพื้นฐานของนักวิจัยที่ฝักใฝ่ใน “ข้อมูลเชิงประจักษ์” และ “กระบวนการที่เป็นระบบ” จารย์โจ๊ก ได้นำองค์ความรู้ระดับสากลนี้มาทำการดิสรัปต์ (Disrupt) วงการพระเครื่องไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พระสมเด็จวัดระฆัง” เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบการตรวจสอบจากเดิมที่พึ่งพาเพียง “ความรู้สึก” (Feeling) หรือ “สายตาเซียน” ให้กลายเป็นระบบที่พิสูจน์ได้ด้วย “หลักฐานและวิทยาศาสตร์” (Evidence & Science)

•พลิกแนวคิด “พระเครื่องสายวิทย์” ด้วยสูตรมาตรฐาน PSDA

”จารย์โจ๊ก“ได้คิดค้นและผลักดัน “มาตรฐาน PSDA” (Scientific Amulet Study) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของหลักสูตรการพิสูจน์พระสมเด็จด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ โดยมีรายละเอียด 4 ขั้นตอนที่รัดกุม ดังนี้

P- Principle (หลักการและประวัติศาสตร์) การตั้งอยู่บน “เส้นเวลา” (Timeline) ที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เชื่อตามนิยาย เช่น พระที่สร้างหลังปี พ.ศ. 2392 (ปีที่สมเด็จโตค้นพบพระซุ้มกอ) ต้องมีมวลสารเศษพระซุ้มกอผสมอยู่ รวมถึงการแยกแยะยุคสมัยของแม่พิมพ์อย่างชัดเจน

S- Sensible (ความสมเหตุสมผลทางกายภาพ) ใช้ทักษะการสังเกตความเป็นธรรมชาติที่ผ่านกาลเวลา ความแห้ง การยุบย่น รอยหดตัว และความ “หนึกนุ่ม” ของเนื้อพระอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแต่งผิวแต่งแกล้งเก่า

D- Data (ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์) นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเปลี่ยนการเดาให้เป็น “ตัวเลขเชิงปริมาณ” (Quantitative Data) ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง

-ค่าความหนาแน่น (Specific Gravity) ใช้หลักการของอาร์คิมีดีส (Archimedes) แทนที่น้ำ เพื่อตรวจสอบว่าพระเป็นเนื้อปูนเปลือกหอยเก่าจริง (ค่ามาตรฐานต้องอยู่ระหว่าง 1.7 – 1.9) ไม่ใช่เรซิ่นหรือปูนพลาสเตอร์ยุคใหม่

-องค์ประกอบธาตุ (XRF): ใช้เครื่อง X-Ray Fluorescence ตรวจสอบความเสถียรของธาตุหลักอย่าง แคลเซียม (Ca), ซิลิคอน (Si), และเหล็ก (Fe) เพื่อชี้วัดอายุและความเก่า

-ปฏิกิริยาแม่เหล็ก ทดสอบปฏิกิริยาการดูดติดอ่อนๆ กับแม่เหล็กแรงสูง (High Gauss) จากส่วนผสมของมวลสารมงคลหรือแร่เหล็กตามตำรา

A – Analyze (การวิเคราะห์และสรุปผล) นำข้อมูลทั้งหมดจาก P, S และ D มาประมวลผลร่วมกัน หากข้อมูลทุกด้านผ่านเกณฑ์และสอดคล้องกัน จึงจะสรุปว่าเป็น “พระแท้ตามมาตรฐาน” โดยปราศจากอคติหรือความชอบส่วนบุคคล

•เปรียบเทียบจุดเปลี่ยน ระหว่าง สายดั้งเดิม VS สายวิทย์ (PSDA)

เพื่อความชัดเจน ”จารย์โจ๊ก“ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างระบบความเชื่อแบบเดิมกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม

-เครื่องมือ

สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) กล้องส่องพระ 10X

สายวิทย์(PSDA) กล้องกำลังขยายสูง (1000X) , เครื่อง XRF , เครื่องวัดความถ่วงจำเพาะ

-การตัดสิน

สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) ใช้สายตาและประสบการณ์การเซียน(ตาเปล่า/ความเก่า)

สายวิทย์(PSDA) ใช้ค่าตัวเลขทางวิทยาศาสตร์(Quantitative Data) และฐานข้อมูล

-มาตรฐาน

สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) ความพอใจส่วนบุคคล/กลุ่ม

สายวิทย์(PSDA) มาตรฐานสากล ISO 9001(ระบบ) และ ISO 17025 (ห้องแล็บ)

-การยอมรับ

สายดั้งเดิม(ความเชื่อ)

เฉพาะกลุ่มในประเทศ

สายวิทย์(PSDA) สากล (international) เชื่อมโยงสู่ Digital Asset/NFT ได้

•ยกระดับสู่มาตรฐานสากล ISO และ Digital Ecosystem

เป้าหมายสูงสุดของ “จารย์โจ๊ก“ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศใหม่” (New Ecosystem) ให้วงการพระเครื่องไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก โดยได้ขับเคลื่อนใน 3 มิติสำคัญ

1.การรับรองระดับสากล (ISO) ผลักดันให้ศูนย์ตรวจสอบ PSDA Standard (Ed Scan) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ในขอบข่ายการตรวจรับรองพระสมเด็จและวัตถุมงคลไทย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ หรือ จีน

2.มิติด้านการศึกษาและวิจัยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา (เช่น วิทยาลัยสารพัดช่าง) ในการจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ เพื่อสร้างมาตรฐานผู้ตรวจสอบ พร้อมทั้งผลักดันงานวิจัยด้านนี้เพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากล

3.เชื่อมโยงสู่โลกดิจิทัล (NFT) นำฐานข้อมูลพระแท้ที่ผ่านการรับรองเชิงวิทยาศาสตร์เชื่อมต่อกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) และ NFT ร่วมกับพันธมิตร (เช่น เว็บเจ้าพระยา) เพื่อเปลี่ยนให้มรดกทางวัฒนธรรมไทยสามารถซื้อขายได้อย่างปลอดภัยทั่วโลก

บทสรุปของวงการ”จารย์โจ๊ก บ้านสมเด็จ“ คือหนึ่งในผู้นำความรู้วิชาการและการจัดการสมัยใหม่มาติดปีกให้วัฒนธรรมไทย เปลี่ยนจากการเล่นพระตาม “คำบอกเล่า” ให้เป็นการสะสมด้วย “ปัญญาและหลักฐาน” พร้อมยกระดับพระสมเด็จไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์สากลที่โลกยอมรับอย่างแท้จริง

(ที่มาข้อมูล : https://kassakorn-n.blogspot.com/?m=1 )

About The Author

Related posts