ทลายเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” ต่างชาติผิวสี ใช้หญิงไทย ขนเฮโรอีน ข้ามชาติ  

ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., และคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป., กก.4 บก.ป., บก.ปคม., บก.ทล., ศปอส.ตร., สตม.จว.หนองคาย, ศุลกากรสุวรรณภูมิ, ป.ป.ส. และท่าอากาศยานไทย

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ป. (กก.1 และ กก.4) ร่วมกับ บก.ปคม., บก.ทล., สตม., ศปอส.ตร., กรมศุลกากร, สำนักงาน ป.ป.ส. และท่าอากาศยานไทย บูรณาการร่วมกันทลายเครือข่าย บิ๊กจ๊อต ต่างชาติผิวสี หลอกใช้หญิงไทยและประเทศไทยเป็นฐานส่งเฮโรอีนส่งต่อไปขายทั่วโลก รวมจับกุมได้ 6 ครั้ง ผู้ต้องหา 13 ราย (ชาวไทย 7 ราย, ชาวไนจีเรีย 5 ราย, ชาวโปแลนด์ 1 ราย) ตรวจยึดเฮโรอีน 110.413 กิโลกรัม มูลค่า 331 ล้านบาท และโคเคน 22.2 กิโลกรัม มูลค่า 66 ล้านบาท หากหลุดรอดไปสู่ตลาดนักเสพยาเสพติด มีมูลค่าร่วม 400 ล้านบาท

รายละเอียดการจับกุมทั้ง 6 ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 10.30 – 17.45 น. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย

รายที่ 1 นางสาวกัลยรัตน์ จับกุมได้ที่ บริเวณซอยนวมินทร์ 42 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

รายที่ 2 MR.CHIADIKAOBI จับกุมได้ที่ บริเวณ ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

รายที่ 3 นางสาวสมพร จับกุมได้ที่ อาคารผู้โดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)

พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 66 กิโลกรัม

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 เวลา 16.25 – 18.35 น. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย

รายที่ 1 MR.EMEKA จับกุมได้ที่ ด่านเก็บค่าผ่านทางเทพารักษ์ – ขาออก 2

รายที่ 2 MR.ANAYO จับกุมได้ที่ บริเวณริมถนน ภายใน ซ.รามคำแหง 24

รายที่ 3 นางสาวลลิตา จับกุมได้ที่ บริเวณหน้าโรงแรม ซ.รามคำแหง 24

พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 5.907 กิโลกรัม และโคเคน 6.015 กิโลกรัม

ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 เวลา 16.30 น. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย

MR.TOMASZ จับกุมได้ที่ ทางออกขึ้นเครื่อง C2A ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ

พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 3.184 กิโลกรัม

ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 เวลา 20.15 น. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดังนี้

รายที่ 1 นางสาววิสุดา จับกุมได้ที่ คอนโดมิเนียม ซ.ลาดพร้าว 130

รายที่ 2 นางสาวธัญญกานต์ จับกุมได้ที่ คอนโดมิเนียม ซ.ลาดพร้าว 130

พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 14.837 กิโลกรัม

ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 เวลา 16.40 – 17.00 น. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

รายที่ 1 MR.THANKGOD จับกุมได้ที่ บริเวณปากซอยกาญจนพันธ์ จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร)

รายที่ 2 นางดวงดาว จับกุมได้ที่ บริเวณปากซอยกาญจนพันธ์ จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร)

พร้อมตรวจยึดโคเคน 16.781 กิโลกรัม

ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 เวลา 13.30 น. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดังนี้

รายที่ 1 MR.JOSEPH จับกุมได้ที่ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาออก) จ.พระนครศรีอยุธยา

รายที่ 2 นายศราวุธ จับกุมได้ที่ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาออก) จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 17.801 กิโลกรัม และ รถยนต์โตโยต้า ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 90 ประกอบมาตรา 145 วรรคสาม”

มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต

พฤติการณ์และแผนประทุษกรรมของเครือข่ายของ บิ๊กจ๊อต ชาวต่างชาติผิวสี นั้น ในทางสืบสวน พบว่า บิ๊กจ๊อต ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการ (ยังอยู่ระหว่างหลบหนีอยู่นอกประเทศไทย) ได้ร่วมกับ ชาวต่างชาติผิวสี ด้วยกัน ใช้วิธีการที่ เริ่มจากการเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงไทย ให้หลงรัก ชักชวนสนทนา คุย ผ่านช่องทาง Tiktok จากนั้น ชาวต่างชาติผิวสี ก็จะทำที เดินทางเข้ามาในประเทศไทย คบหาเป็นแฟน หรือบางคน ถึงขนาดหลอกให้ตายใจด้วยการอยู่กินเป็นสามีภรรยา มีบุตรด้วยกัน แต่ท้ายสุด ก็ถูกหลอก หรือมีบางรายก็ถูกบังคับ ใช้ให้เป็นทาส เป็นเครื่องมือ เดินทางไปขนเฮโรอีน โคเคน มาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่มีพื้นที่ติดกัน โดยชาวต่างชาติผิวสีดังกล่าว มีเครือข่าย ที่เป็นชาวผิวสีด้วยกันที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทำหน้าที่พาไปขนยาเสพติด จากประเทศเพื่อบ้าน แล้วลักลอบ นำกลับผ่านเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติโดยการข้าม แม่น้ำโขงกลับมาฝั่งประเทศไทย จากนั้น หญิงไทยก็จะลำเลียงยาเสพติดโดยใช้ยานพาหนะ ที่เครือข่ายต่างชาติผิวสี เป็นผู้จัดสรรไว้ให้ เดินทางนำยาเสพติดทั้งเฮโรอีน หรือโคเคน หรือทั้งสองชนิด เข้ามาส่งต่อให้กับชายชาวต่างชาติผิวสีด้วยกัน ในพื้นที่ชั้นในของ กทม. เพื่อแบ่งกระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยงต่างๆ ในประเทศไทย และมีผู้ต้องหาบางรายที่เป็นชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมได้นั้น มีการซ่อนเร้น อำพราง นำติดตัว เพื่อเตรียมลำเลียงออกนอกประเทศไทยผ่านช่องทางสนามบิน ซึ่งน่าเชื่อว่า ที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการทลายเครือข่ายของ บิ๊กจ๊อต ได้นั้น ก็อาจจะมีการหลุดลอดออกไปสู่ประเทศที่ 3 เช่นเดียวกับที่ตกเป็นข่าวแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ บิ๊กจ๊อต ที่เป็นหัวหน้าขบวนการและบรรดาของเครือข่ายนี้ที่เหลือที่ยังหลบหนีอยู่นอกประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้บูรณาการร่วมกันสืบสวนและประสานงานกันระหว่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยในทางสืบสวนจนนำมาสู่การจับกุมเครือข่ายของ บิ๊กจ๊อต ในครั้งนี้นั้น พบว่า เฮโรอีน หรือ ผงขาว ที่รู้จักกันในสมัยก่อนนั้น มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ จะพบเห็นในแพ็คเกจถุงสีขาว มีตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก ด้วยการ ปิดผนึกมาในถุงขนม ถุงกาแฟ มีตัวหนังสือของประเทศเพื่อนบ้าน ถุงอาหารสัตว์ หรือแม้กระทั่ง อำพรางด้วยการนำไปซุกซ่อนในข้างของกล่องอเนกประสงค์ (ผ้า) ซุกซ่อนในกระดาษที่จัดทรงเสื้อเชิ้ต ซึ่งหากไม่สังเกตหรือตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนนั้น ก็อาจผ่านเครื่องสแกนของสนามบินจนผ่านขึ้นเครื่องออกนอกประเทศได้เช่นกัน ข้อมูลในทางสืบสวนพบว่า หากเฮโรอีน จำนวน 110.413 กิโลกรัม นี้หลุดออกไปถึงออสเตรเลียได้นั้น ราคาจะพุ่งสูงขึ้นในอัตรากิโลกรัมละ 10 ล้านบาท (สูงกว่าไทยถึง 3 เท่า) ก็จะทำให้มูลค่าเฮโรอีนที่จับกุมและยึดได้ในล็อตนี้นั้นมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท อีกทั้ง โคเคน จำนวน 22.2 กิโลรัม ก็ถือว่ามีมูลค่าจำนวนไม่น้อยหากหลุดรอดผ่านออกจากประเทศไทยไปได้ จึงเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ชาวต่างชาติผิวสีกล้าที่จะเสี่ยงและลงทุนมาหลอกหญิงไทยให้ตกเป็นเหยื่อจนเข้าสู่ขบวนการของเครือข่ายดังกล่าวในที่สุด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะหญิงไทย หากชาวต่างชาติที่รู้จักทางออนไลน์ขอให้ รับ-ส่งพัสดุปิดผนึกข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์แบบใด นั่นคือสัญญาณ Romance Scam โทษสูงสุดคือประหารชีวิต

• อย่าเชื่อคนรู้จักทางออนไลน์ที่ขอให้ขนสิ่งของโดยไม่รู้เนื้อหาข้างใน

• อย่าเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนตามคำแนะนำของชาวต่างชาติ

• หากพบเห็นหรือถูกชักชวน แจ้ง สายด่วน บก.ป. หรือ 1195 ทันที

About The Author

Related posts