วันที่ 2 ก.ค.69 ที่ชั้น 16 อาคารพิทักษ์สันติ บก.ปปป. บช.ก. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. (บิ๊กเต่า) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอให้เร่งรัดคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น พร้อมส่งมอบหลักฐานเด็ดกระบวนการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อเอเย่นต์ตัวการใหญ่ในพื้นที่อีสานตอนใต้ (บุรีรัมย์และศรีสะเกษ) จำนวน 4-5 คน ซึ่งมีสถานะเป็นนายก อบต. 1 คน และปลัด อบต. อีก 4 คน มามอบให้พนักงานสอบสวน โดยพบหลักฐานชัดเจนทั้งสลิปโอนเงินและข้อความแชทไลน์นัดหมายที่มีการล็อกวันนัดหมายใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 โดยกลุ่มเอเย่นต์จะขนเงินสดเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งมอบ ที่เซฟเฮาส์ หรือวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบการเกาะกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน คล้ายกับโมเดล “ฮั้วเลือกตั้ง สว.” และเชื่อว่ามีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยคอยเปิดทางและส่งคนมารับเงิน

สำหรับวงเงินเรียกรับผลประโยชน์อยู่ที่ รายละ 600,000 บาท เพื่อแลกกับตำแหน่งระดับปริญญาตรีใน อบต. เช่น นักวิชาการเงินและบัญชี รวมถึงสายงานธุรการ โดยกลุ่มผู้จ่ายเงินมักเป็นผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่ แต่สุดท้ายเมื่อประกาศผลกลับสอบไม่ติด ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องเรียนกับตนแล้ว 7 คนจากทั้งหมด 14 คน
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลน่าสงสัยในพื้นที่ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ที่แม้ปลัด อบต. ผู้รับโอนเงินจะเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 25 กันยายน แต่ขบวนการนี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ มีการแชทนัดหมายส่งเงินตามปกติ แสดงให้เห็นว่าเงินไม่ได้หยุดอยู่ที่ปลัด แต่ถูกโอนย้ายไปยังตัวการใหญ่เรียบร้อยแล้ว

ทนายอั๋นระบุว่า ปัจจุบันผู้เสียหายยังไม่กล้าเปิดตัวเพราะกลัวจะถูกดำเนินคดีไปด้วย จึงอยากให้ บก.ปปป. หรือ ป.ป.ช. ออกมาตรการคุ้มครองกันผู้เสียหายเป็นพยาน พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อกระแสข่าวที่มีความพยายามแก้ไขข้อสอบกว่า 3,000 รายชื่อ ซึ่งอาจใช้โมเดล “ให้บรรจุเข้ารับราชการไปก่อนแล้วค่อยสอยออกภายหลัง”

ตนมองว่าเรื่องนี้สร้างความไม่เชื่อมั่นในหน่วยงานรัฐ จึงขอเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมใช้มาตรฐานเดียวกับคดีจับกุมอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่มีความรวดเร็วในการออกหมายจับและสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อเร่งกวาดล้างขบวนการทุจริตระดับประเทศนี้อย่างจริงจัง
