‘ลุงหยัด‘ ชาวไร่อุดรฯ ร้อง ’จ่าคิงส์‘ ถูกยัดข้อหายาเสพติด แฉซ้ำโดนรีด-อายัดเงินก้อนสุดท้าย 1.7 แสน ไร้เงินเลี้ยงชีพ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.69 ที่บริเวณโลตัสลาดพร้าว “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พร้อมด้วย “เจ๊หมวย” จากสำนักข่าว NBBTV NEWS ได้พานายประหยัด (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดอุดรธานี และ นางจิ๋ม (นามสมมุติ) หลานสาว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยัดข้อหายาเสพติด และบังคับโอนเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตไปกว่า 1.7 แสนบาท

แฉพฤติกรรม ตร. ค้นเย็นไม่เจอ สุดท้ายเอายามายัด

นายประหยัด เปิดเผยด้วยความอัดอั้นใจว่า คดีนี้ตนถูกกลั่นแกล้งและยัดข้อหาอย่างชัดเจน ตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย ยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่อ้างนั้นไม่ใช่ของตนอย่างแน่นอน ในวันเกิดเหตุมีหลานสาวเป็นพยานยืนยันได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเย็นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ทว่าสุดท้ายกลับนำยาบ้าของกลางมายัดใส่ตน

“ที่ผ่านมาตนเคยถูกกลั่นแกล้งยัดยาเสพติดมาแล้วถึง 7-8 ครั้ง ยัดใส่ต้นไม้บ้าง ใส่หญ้าในไร่บ้าง ซึ่งทุกครั้งตำรวจจะเรียกเงินแลกกับการไม่ดำเนินคดี ตนจำใจต้องยอมจ่ายเพราะไม่มีทางต่อสู้และไม่มีพยาน แต่ครั้งหลังสุดนี้ถือว่าทำเกินไปมาก ยิ่งไปกว่านั้น ในชั้นสอบสวน ตำรวจกลับไม่ยอมนำคำให้การของหลานสาวที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าไปรวมในสำนวนด้วย ทำให้เมื่ออัยการส่งฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาจำคุกตนเป็นเวลา 5 ปี โดยที่ตนไม่มีแม้กระทั่งทนายความช่วยแก้ต่างให้ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์สู้คดี” ลุงประหยัด กล่าว

สูญเงินก้อนสุดท้าย “น้ำพักน้ำแรง” ทำไร่-ลูกส่งให้

นอกจากจะถูกยัดข้อหาแล้ว นายประหยัดและหลานสาวยังระบุอีกว่า เงินจำนวน 170,000 บาท ที่ถูกตำรวจชุดจับกุมบังคับให้โอนไป ยีงบัญชีของผู้หญิงคนหนึ่ง จำนวนหลายครั้ง โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบนั้น เป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต เป็นเงินเก็บสะสมจากการตรากตรำทำงานหนักในอาชีพเกษตรกร ทำไร่ทำสวน และส่วนหนึ่งเป็นเงินที่บุตรชายส่งมาให้ใช้จ่าย ซึ่งเก็บไว้ในบ้านเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการทำเกษตรและจุนเจือครอบครัว

“เงินก้อนนี้คือน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดของผม การถูกยัดข้อหาและยึดเงินไป ทำให้ตอนนี้ครอบครัวไม่มีเงินทุนจะไปประกอบอาชีพต่อ ขาดสภาพคล่องในการดำรงชีพ และต้องแบกรับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ทั้งที่ผมเป็นผู้บริสุทธิ์” ลุงประหยัด กล่าวด้วยน้ำตา

‘เจ๊หมวย – จ่าคิงส์’ ยื่นมือช่วย ทวงคืนความบริสุทธิ์

ด้าน เจ๊หมวย NBBTV NEWS เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากลุงประหยัด จึงรีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพราะเห็นว่าแกไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนเรื่องเงินที่โดนบังคับโอนไปนั้น ก่อนหน้านี้ตนได้พาลุงประหยัดไปร้องเรียนต่อ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี (ผบก.ภ.จว.อุดรธานี) ซึ่งทางผู้การฯ ได้รับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ส่วนคดียาเสพติดก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

ขณะที่ จ่าคิงส์ แตงทิม ระบุว่า ในวันนี้จะพาลุงประหยัดและหลานสาวเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายและร้องขอความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี ความบริสุทธิ์ รวมถึงเงินสดจำนวน 170,000 บาท กลับคืนมาหล่อเลี้ยงครอบครัวต่อไป

About The Author

Related posts