เต้ ควง หน่อง ลุยหาเสียง มจพ. โค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณผลโพลนักศึกษา ชูนโยบายคลองบางซื่อ-เมืองเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นายภาสพงศ์ ไชยสาส์น หรือ “หน่อง” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” ลงพื้นที่พบปะนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศเปิดภาคการศึกษาที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักศึกษาจำนวนมากเข้าร่วมพูดคุย ถ่ายภาพ และร่วมกิจกรรมอย่างเป็นกันเอง โดยนายมงคลกิตติ์ยังร่วมวิดพื้นสร้างสีสัน เรียกเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะจากนักศึกษาที่มารอต้อนรับ

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า วันนี้กลุ่มกรุงเทพบินได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนเช่นเคย โดยเลือกมาพบกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พร้อมกล่าวขอบคุณนักศึกษาที่ให้การตอบรับและให้คะแนนในผลสำรวจความคิดเห็นที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นไปตามที่คาดหมาย และเป็นผลโพลที่สะท้อนว่ากลุ่มกรุงเทพบินได้มีตัวตนในสายตาประชาชนมากขึ้น

“ถือว่าเป็นผลโพลที่ดี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าเรามีตัวตน หลายโพลก่อนหน้านี้แทบไม่มีชื่อผมอยู่ในระบบเลย มีแต่ผู้สมัครคนอื่นหรือระบุเป็นผู้สมัครรายอื่น แต่ไม่มีชื่อผม ไม่เป็นไร แต่บางครั้งไม่มีชื่อพี่เต้ มงคลกิตติ์ด้วย ก็ถือว่าไม่ให้เกียรติกันเกินไป”

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ผลสำรวจหลายสำนักที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงตัวชี้วัดแนวโน้มเท่านั้น โดยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียง อยากเห็นผู้สมัครทุกคนแข่งขันกันด้วยนโยบายอย่างแท้จริง มากกว่าการหยิบยืมแนวคิดของกันและกันไปใช้

“บางครั้งผมไปออกรายการ ไปดีเบต หรือแสดงวิสัยทัศน์ หลายเรื่องเป็นการคิดสดในเวที แต่พอวันถัดมากลับมีคนหยิบแนวคิดเหล่านั้นไปประกาศเป็นนโยบายของตัวเอง ผมรู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ อยากให้ทุกคนขายนโยบายของตัวเองมากกว่า”

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีความผูกพันกับสถาบันแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนเตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน ศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำงานกิจกรรมนักศึกษา รวมถึงทำงานอยู่ในพื้นที่ย่านนี้ร่วม 10 ปี จึงมีความผูกพันกับชาวพระจอมเกล้าและชาว “เลือดแสดดำ” เป็นอย่างมาก

“เลือดแสดดำก็คือพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พระจอมเกล้าธนบุรี และพระจอมเกล้าลาดกระบัง วันนี้ผมมาที่พระนครเหนือเพื่อขอบคุณคะแนนจากผลโพลที่ออกมาแล้ว ดีใจที่ยังมีคนรักเบอร์ 7 อยู่จำนวนมาก ต้องขอบคุณทั้งนักศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ที่ให้การสนับสนุน”

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาสะท้อนมามากที่สุดคือปัญหาคลองบางซื่อ ระยะทางกว่า 11 กิโลเมตร ซึ่งอยากเห็นการฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้ดีขึ้นจนสามารถกลับมาเป็นคลองสะอาดได้

“คลองบางซื่อเป็นคลองสาธารณะมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการบูรณะต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ช่วงที่แย่ที่สุดคือประมาณปี 2520-2530 ปัจจุบันเริ่มมีการฟื้นฟูแล้ว แต่ยังถือว่าเน่าอยู่ หน้าที่ของ กทม. คือดูแลให้คลองบางซื่อกลับมาดีขึ้น”

นอกจากนี้ยังได้พูดคุยและให้กำลังใจนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้าศึกษา โดยแนะนำให้ตั้งใจเรียนก่อนเรื่องอื่น เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัยแตกต่างจากระดับมัธยมศึกษาอย่างมาก

“ที่นี่ไม่มีข้อสอบแบบกากบาท มีแต่ข้อเขียนล้วน ถ้าเขียนไม่ได้ก็จบเลย เพราะฉะนั้นปีแรกต้องตั้งใจเรียนก่อน อย่าเพิ่งมีแฟน ดูเกรดก่อนว่าไปได้ดีหรือไม่ ถ้าเรียนลงตัวแล้วค่อยว่ากัน”

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวติดตลกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ควรเป็นช่วงหลังเรียนจบและมีความพร้อมแล้ว พร้อมแนะนำให้เยาวชนรู้จักป้องกันและรับผิดชอบต่ออนาคตของตนเอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการศึกษา

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือแนวคิดในการผลักดันเมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยนายมงคลกิตติ์เชิญชวนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาไดโนเสาร์หุ่นยนต์ หรือ Robot Dinosaur เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของกรุงเทพมหานครในอนาคต

“ผมเชื่อว่าพระจอมเกล้าพระนครเหนือทำได้ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่สามารถสร้างดาวเทียมและส่งเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของไทยในอนาคตอาจไปถึงการมีสถานีขนส่งอวกาศ มีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ หรือ Dinosaur Robot in Bangkok ได้”

นายมงคลกิตติ์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเบอร์ 7 ได้รับเลือกตั้ง จะผลักดันแนวคิดด้านเทคโนโลยี การศึกษา และการพัฒนาเมืองอย่างเต็มที่ พร้อมฝากถึงชาวเลือดแสดดำทั้งสามพระจอมให้ร่วมสนับสนุน และเตรียมเดินสายขอบคุณนักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต่อเนื่อง หลังได้รับผลตอบรับจากหลายสถาบันเป็นที่น่าพอใจ แม้บางแห่งจะไม่ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นายมงคลกิตติ์และนายภาสพงศ์ มีกำหนดเดินทางพบปะนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่อื่นต่อทันที เพื่อเดินหน้าหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร.

About The Author

Related posts