(กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 22/2569)
กสม. ชี้ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. เลือกปฏิบัติด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องอายุ กรณีออกหลักเกณฑ์จ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงาน ล่าสุดยกเลิกหลักเกณฑ์แล้ว
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 22/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้
1. กสม. ชี้ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอายุ กรณีออกหลักเกณฑ์จ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงาน แต่ได้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์แล้ว

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ รายหนึ่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า เมื่อเดือนกันยายน 2568 ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) (ผู้ถูกร้อง) ได้ออกหลักเกณฑ์การจ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงาน (เพิ่มเติม) กำหนดให้การจ้างกลุ่มบุคคลภายนอกที่จ้างเป็นรายชั่วโมงหรือรายวันให้จ้างได้ถึงอายุ 60 ปี ซึ่งต่างจากกลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวที่เกษียณอายุของผู้ถูกร้องให้จ้างได้ถึงอายุ 65 ปี และกลุ่มบุคคลภายนอกที่เป็นสาขาขาดแคลนให้จ้างได้ถึงอายุ 70 และ 75 ปี ผู้ร้องเห็นว่าหลักเกณฑ์การจ้างดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สาขาขาดแคลน ซึ่งกระทบสิทธิผู้สูงอายุในการทำงาน จึงขอให้ตรวจสอบ
กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับรองให้บุคคลทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามกฎหมาย และกำหนดให้รัฐส่งเสริมประชาชนให้มีงานทำอย่างเหมาะสมกับความสามารถและศักยภาพตามวัยเพื่อมีรายได้ที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ โดยรัฐควรสนับสนุนผู้สูงอายุได้มีโอกาสประกอบอาชีพที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ซึ่งสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ประกอบกับข้อมติที่ 177 ของการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 78 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ระบุว่า รัฐควรตระหนักถึงสิทธิผู้สูงอายุด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอายุ และขยายโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและมีรายได้ที่เพียงพอโดยส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานตามทักษะและความสามารถเพื่อให้ผู้สูงอายุมีโอกาสกลับเข้าทำงานทั้งในภาคทางการและไม่เป็นทางการ

จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ ผู้ถูกร้อง กำหนดหลักเกณฑ์การจ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มที่เป็นบุคคลภายนอกที่จ้างเป็นรายชั่วโมงหรือรายวันให้จ้างได้ถึงอายุ 60 ปี (2) กลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวที่เกษียณอายุของผู้ถูกร้องให้จ้างได้ถึงอายุ 65 ปี และ (3) กลุ่มบุคคลภายนอกซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน ได้แก่ เภสัชกรและพยาบาลวิชาชีพให้จ้างได้ถึงอายุ 70 ปี แพทย์และทันตแพทย์ให้จ้างได้ถึงอายุ 75 ปี
ขณะที่สำนักอนามัย กทม. ซึ่งเป็นต้นสังกัดของผู้ถูกร้องกำหนดนโยบายจ้างบุคคลภายนอกที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ช่วยปฏิบัติงานในสำนักงาน กองหรือศูนย์บริการสาธารณสุข โดยแนวทางและหลักเกณฑ์การจ้างไม่กำหนดอายุสำหรับการจ้างเป็นการเฉพาะกลุ่ม แต่ให้ผู้สมัครรายใหม่ต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปีในวันที่สมัครและสามารถปฏิบัติงานได้จนถึงอายุ 75 ปี โดยผู้สมัครจะเข้ารับการประเมินที่แตกต่างกันตามช่วงอายุดังนี้ (1) อายุน้อยกว่า 65 ปี ประเมินแบบทดสอบด้านจิตวิทยา (2) อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ประเมินแบบทดสอบด้านจิตวิทยาและทดสอบสมรรถนะด้านสมอง และมีการประเมินสุขภาพจิตในบางตำแหน่งตามที่กำหนด และ (3) อายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ประเมินสมรรถนะด้านสมองทุกปีโดยให้ปฏิบัติงานได้ถึง 75 ปี กสม. เห็นว่า การที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ ผู้ถูกร้อง นำเหตุแห่งอายุมากำหนดเป็นหลักเกณฑ์การจ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงานเป็นการเฉพาะโดยแยกเป็นกลุ่มบุคคลภายนอก กลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวที่เกษียณอายุของผู้ถูกร้อง และกลุ่มบุคคลภายนอกที่เป็นสาขาขาดแคลน เป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องอายุ กระทบต่อโอกาสในการทำงานขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีตามคำร้องจึงรับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องมีการเลือกปฏิบัติอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ภายหลังผู้ร้องได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมายัง กสม. ผู้ถูกร้องได้ยกเลิกหลักเกณฑ์การจ้างบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงาน (เพิ่มเติม) ตามที่คณะกรรมการบริหารศูนย์สาธารณสุขและคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพของผู้ถูกร้องเสนอแล้ว โดยนำหลักเกณฑ์การจ้างบุคคลภายนอกของสำนักอนามัย กทม. ซึ่งเป็นต้นสังกัดมาเป็นหลักเกณฑ์ในการรับสมัคร เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถสมัครงานได้ตามความสามารถและศักยภาพที่เหมาะสมกับวัยแล้ว โดยพิจารณาประกอบวุฒิการศึกษา ทักษะและสมรรถนะเพื่อให้การจัดบริการมีมาตรฐานและความปลอดภัยแก่ผู้ที่มารับบริการ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมสนับสนุนสิทธิผู้สูงอายุในการเข้าถึงการจ้างงานที่มีคุณค่า สมศักดิ์ศรี และมีรายได้
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 จึงมีมติว่าเมื่อผู้ถูกร้องได้ยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าวอันเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุแล้ว จึงเป็นกรณีที่ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ. ศ. 2560 มาตรา 39 (5) ประกอบมาตรา 39 วรรคสอง จึงเห็นควรยุติเรื่อง
