กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม

1. MR. EMEKA อายุ 39 ปี สัญชาติไนจีเรีย (Nigerian)
2. MR. ANAYO อายุ 45 ปี สัญชาติไนจีเรีย (Nigerian)
3. น.ส.ลลิตาฯ อายุ 23 ปี
สถานที่จับกุม
1. MR. EMEKA จับกุมบริเวณด่านเก็บเงิน มอเตอร์เวย์สาย 9 ถ.กาญจนาภิเษก ต.เทพารักษ์
อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
2. MR. ANAYO จับกุมบริเวณริมถนน ซ.รามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
3. น.ส.ลลิตาฯ จับกุมบริเวณโรงแรมย่านรามคำแหง

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง จนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่ และสื่อออนไลน์ยอดนิยม อาทิ Facebook และอื่นๆ โดยใช้ภาพชายชาวต่างชาติ มีฐานะน่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นนักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร ก่อนเข้าไปสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ และเกิดความไว้วางใจแล้วจะย้ายช่องทางการสื่อสาร ไปยังแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และติดตามของเจ้าหน้าที่

จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ลลิตาฯ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ มีความสัมพันธ์กับชายชาวไนจีเรียที่ใช้ชื่อว่า “Mc General” ซึ่งรู้จักกันผ่านทาง Facebook ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 โดยฝ่ายชายได้ชักชวนให้เดินทาง
ไปรับสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย ค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 40,000 – 50,000 บาท น.ส.ลลิตาฯ ยอมรับว่าได้ลักลอบนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรวม 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดที่ไป

ขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยแนวทางการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวจะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดหนองคาย โดยใช้เรือหางยาวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะมีบุคคลในเครือข่ายคอยรับส่งไปยังโรงแรมที่พัก จากนั้นผู้ร่วมขบวนการจะนำกระเป๋าเดินทางซึ่งภายในบรรจุสิ่งของ
อำพรางในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ, ถุงกาแฟ หรือถุงขนม เมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนยานพาหนะหลายทอด ทั้งรถยนต์, รถตู้ และเรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ก่อนนำของกลางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า น.ส.ลลิตาฯ เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่บรรจุยาเสพติด และเข้าพักภายในโรงแรมย่านรามคำแหง จากนั้นได้รับคำสั่งจากชายชาวไนจีเรียให้ทยอยนำสิ่งของภายในกระเป๋าไปส่งมอบให้ผู้ร่วมขบวนการชาวต่างชาติในจุดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สามารถสังเกตการณ์และติดตามการส่งมอบยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการส่งมอบยาเสพติดให้กับชายชาวไนจีเรียรายแรก เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามต่อ จนพบว่ามีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดส่วนที่เหลือให้กับชายชาวไนจีเรียอีกรายบริเวณหน้าโรงแรมที่พัก เมื่อผู้ต้องหารับสิ่งของ และกำลังหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมกันทั้ง 3 ราย ก่อนขยายผลตรวจค้นยึดของกลางเป็นเฮโรอีน และโคคาอีนจำนวนมาก มูลค่ามากกว่า 25 ล้านบาท

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น
1. น.ส.ลลิตาฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนได้นำยาทั้งโคคาอีน และเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านมาส่งให้ชาวไนจีเรียจริง ซึ่งทำมาแล้วรวม 3 ครั้ง และ ครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด
2. MR. EMEKA ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา
3. MR. ANAYO ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นเจ้าของคนโคคาอีนที่ น.ส.ลลิตาฯ นำมาส่งจริงและอยู่ในการเตรียมการเพื่อที่จะกระจายยาเสพติดไปในแหล่งชุมชน
