“พี่ศรี”ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินช่วยฟ้องศาลปกครองระงับโครงการ TH-AI Passport        

วันที่ 12 มิ.ย.69 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการฯ อาคาร C นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประมูลงานและการดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ของกระทรวงดีอี อันมีข้อพิรุธมากมายหลายประการดังที่กล่าวข้างต้น อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และไม่เหมาะสมต่อการใช้งบประมาณแผ่นดินที่ไม่ประหยัด ไม่คุ้มค่า อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณามีคำสั่งหรือคำพิพากษาระงับโดรงการดังกล่าว

     ทั้งนี้สืบเนื่องจากจ้าวกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI ของประเทศ โดยให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ตั้งเรื่องจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport ในวงเงิน 1,650 ล้านบาท ซึ่งในที่สุดได้ผู้ชนะการประมูล คือ “กิจการร่วมค้าทีเอช” ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางเพียง 29 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าบริษัทผู้ชนะมีความสนิทชิดเชื้อและเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน

   

โครงการดังกล่าวมีข้อพิรุธหลายประการ อาทิ การใช้งบประมาณกว่า 1.6 พันล้านแลกกับการเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี ถูกท้วงติงอย่างหนักจากทุก ๆวงการ โดยไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลง TOR หรือปรับปรุงสัญญาขึ้นมาใหม่ โดยปลัดฯดีอีอ้างว่าโครงการได้มีการลงนามในสัญญาไปแล้ว ส่งผลให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใน TOR ตามสัญญาได้ ทั้ง ๆ ที่ พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 97 (3) ระบุในข้อยกเว้นว่าทำได้หากเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ

ในขณะที่ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ทำเรื่องอัปสกิล AI ผ่านโครงการ SkillsFuture โดยรัฐร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านนายหน้า แถมสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่แจกคอร์ส แต่ประเทศไทยกระทรวงดีอีติดต่อร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยี AI โดยตรงไม่ได้ ต้องมาเสียค่านายหน้าติดต่อให้แทน ซึ่งอาจมากกว่าต้นทุนเทคโนโลยีมากว่าหลายเท่า ถือได้ว่าเป็นการใช้งบแผ่นดินที่ไม่ประหยัด เพราะคนที่ได้ประโยชน์ไม่ถึง 5 แสนคนเท่านั้น อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายด้วย

   

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ เพื่อยับยั้งโครงการดังกล่าวโยการนำความไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวและมีคำพิพากษาสั่งระงับโครงการดังกล่าวต่อไป

About The Author

Related posts