วันที่ 10 มิ.ย.69 ที่ บก.ปคม. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ความคืบหน้ากรณีช่วยเหลือเยาวชนหญิงวัย 17 ปี ที่ถูกครอบครัวบังคับส่งตัวไปค้าประเวณีที่ประเทศไนจีเรีย ล่าสุด “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้รายงานนาทีสะเทือนใจขณะที่พี่ชายทหารกล้าได้เดินทางมาพบหน้าน้องสาวเป็นครั้งแรก ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) โดยผู้เสียหายร้องขอพบเพียงแค่ “ต้นอ้อ” และ “พี่ชาย” เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ บก.ปคม. ไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพในจังหวะที่ทั้งสองพบกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเยาวชน

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เปิดเผยบรรยากาศนาทีเปิดประตูห้องสอบสวนว่า ทันทีที่น้องสาวเห็นหน้าพี่ชายและต้นอ้อ น้องถึงกับยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะปล่อยโฮออกมาทันที โดยได้โผเข้ากอดต้นอ้อพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนจะหันไปหาพี่ชายแท้ๆ ซึ่งเป็นเซฟโซนคนเดียวที่เหลืออยู่

“พี่ชายน้ำตาคลอเบ้า แต่ด้วยความที่เป็นทหารและเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก จึงยังไม่กล้าเข้าไปกอดน้องสาวตรงๆ แต่น้องสาวเป็นฝ่ายเอาหัวเข้าไปซบไหล่พี่ชาย พร้อมกับโอบกอดและร้องไห้ด้วยความดีใจที่รอดชีวิตมาได้” ต้นอ้อระบุ

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่มีเวลาพูดคุยกันเพียงสั้นๆ เนื่องจากผู้เสียหายยังอยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำอย่างเคร่งเครียด โดยในระหว่างนั้น พี่ชายได้ยื่น “ซองขาว” ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือที่กระทรวงกลาโหมฝากมาให้แก่น้องสาว เพื่อนำไปใช้จ่ายและเป็นทุนการศึกษาหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปคม. จะประสานพี่ชายอย่างใกล้ชิดในเรื่องขั้นตอนการรับตัวไปดูแลต่อไป

นอกจากนี้ มีรายงานข้อมูลสำคัญจากคำให้การของผู้เสียหายระบุว่า สถานที่ที่เธอถูกบังคับให้ไปทำงานในประเทศไนจีเรียนั้น “เป็นร้านตัดผมที่มีชื่อร้านเป็นภาษาจีน” แต่พฤติการณ์คือไม่มีลูกค้าเข้ามาตัดผมจริง น่าจะเป็นการเปิดกิจการเพื่อบังหน้าธุรกิจค้ามนุษย์ ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าภายในร้านดังกล่าว ยังมีเยาวชนหญิงชาวจีนอายุเพียง 15–16 ปี ถูกกักขังและบังคับให้ขายบริการอยู่ภายในนั้นด้วย ซึ่งขณะนี้โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยหากเสร็จสิ้นการสอบปากคำ เหยื่อค้ามนุษย์สาว 17 จะส่งภาพถ่ายภายในร้านดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขยายผลทลายเครือข่ายข้ามชาติต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างที่รอการสอบปากคำอยู่ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พี่ชายของผู้เสียหายซึ่งรับรู้เรื่องราวความโหดร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับน้องสาว ได้ตัดสินใจเปิดแชตทักข้อความตรงไปหา “น้า” (หนึ่งในบุคคลที่ร่วมบังคับน้องสาว) เพื่อเค้นถามความจริงและเผชิญหน้ากับสิ่งที่ครอบครัวทำลงไป ซึ่งแชตดังกล่าวระบุถึงความอัดอั้นตันใจของคนเป็นพี่ชายที่ต้องเห็นน้องสาวแท้ๆ ถูกคนในสายเลือดทรยศเพื่อล้างหนี้
