ชมรมผู้สื่อข่าวต้านทุจริตฯ ร้องสอบพฤติกรรม “นักการเมืองท้องถิ่น” โยงงานแข่งรถไถชิงแชมป์ ชาวบ้านกังขาความโปร่งใส หลังพบเรียกเก็บเงินเข้ากระเป๋า

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก หลังพบข้อมูลส่อพิรุธในการจัดงานแข่งขันรถไถรายการดัง เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมผู้บริหารท้องถิ่นรายหนึ่ง เรียกเก็บค่าใช้จ่ายทั้งจากผู้จัดและพ่อค้าแม่ค้า ทั้งที่ใช้สถานที่ของรัฐโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ล่าสุดชมรมผู้สื่อข่าวต้านทุจริตฯ จี้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบความโปร่งใส

สืบเนื่องจากกรณีการจัดแข่งขันรถไถรายการ “ศึกควายเหล็ก BATTLE ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 3” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการผลิตและเผยแพร่รายการ ปรากฏว่าเกิดข้อร้องเรียนในวงกว้างถึงความไม่ชอบมาพากลในการบริหารจัดการงาน โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของนักการเมืองระดับบริหารท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ว่า อาจมีการใช้ทรัพยากรของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงมีการเรียกเก็บผลประโยชน์ในหลายส่วน

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ในช่วงการจัดงานดังกล่าว พบความน่าสงสัยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การนำบุคลากรและยานพาหนะของหน่วยงานรัฐไปใช้ในกิจกรรมประชาสัมพันธ์รายการแข่งขัน การเรียกรับเงินสนับสนุนจากผู้จัดรายการและนักการเมืองในพื้นที่ รวมถึงการเรียกเก็บค่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าจากผู้ค้ารายย่อยภายในงาน ทั้งที่สถานที่จัดงานดังกล่าวไม่ได้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้จัดงานแต่อย่างใด

นายอภิรัฐ กุนกันไชย ประธานชมรมผู้สื่อข่าวต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดเผยว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงของประชาชนในพื้นที่เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ทางชมรมฯ ได้ดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความชัดเจนถึงความโปร่งใสของกิจกรรมดังกล่าว โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก ได้รับทราบเรื่องและยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรัดกุม “สิ่งที่ประชาชนต้องการคือความโปร่งใสและคำตอบที่ชัดเจนว่าเงินที่มีการเรียกเก็บไปนั้นเข้าสู่ระบบของหน่วยงานหรือไม่ หรือเป็นไปในลักษณะใด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและรักษาภาพลักษณ์ของพื้นที่” นายอภิรัฐ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ยังคงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง เพื่อสรุปว่าพฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อระเบียบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ โดยทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าของกระบวนการสอบสวนมานำเสนอให้ทราบต่อไป

About The Author

Related posts