รวบ “บุ๊ค อุดรฯ” คาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แอบอ้าง TikTok ตุ๋นลงทุนกำไรล่อใจ 124% เหยื่อโอนรัว 12 ครั้งสูญเฉียด 2 ล้าน 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดหนุมานและคอมมานโด นำโดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุม นายวุฒินัน หรือ “บุ๊ค” อินสอน อายุ 23 ปี ชาวตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.649/2568 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ในข้อหาหนักเกี่ยวกับการเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่สามารถตะครุบตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถนนเทอดดำริ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

คดีนี้สืบเนื่องมาจากพฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ที่อาศัยสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง “TikTok” ในการยิงโฆษณาชักชวนลงทุนอย่างเปิดเผยเป็นสาธารณะ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2567 โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนหรือกำไรในอัตราที่สูงลิ่วถึงร้อยละ 124 ภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งยังมีการสร้างหน้าม้าและข้อความรีวิวปลอมเพื่อดึงดูดความสนใจ จนกระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งหลงเชื่อกดลิงก์เข้าไปพูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็น “แอดมิน” ซึ่งคอยทำหน้าที่โน้มน้าวใจและส่งลิงก์ระบบลงทุนจำลองมาให้สมัคร ในระยะแรกคนร้ายได้พยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแสดงตัวเลขยอดกำไรและโบนัสทิพย์ในระบบ ทำให้ผู้เสียหายตายใจยอมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่แจ้งมา แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินออกมาเชยชม กลุ่มมิจฉาชีพกลับใช้กลอุบายสารพัดเพื่อบ่ายเบี่ยงและหลอกลวงให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าได้รับโบนัสพิเศษแต่ต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกบัญชี ต้องเพิ่มระดับสมาชิก หรือแม้กระทั่งการขู่ว่าหากไม่โอนเงินต่อ เงินทั้งหมดที่อยู่ในระบบจะถูกระงับ จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลและยอมโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นเงินจำนวนสูงถึง 1,970,000 บาท ในช่วงท้ายที่ผู้เสียหายพยายามเค้นถามเพื่อถอนเงิน คนร้ายได้ส่งไม้ตายสุดท้ายด้วยการอ้างว่าผู้เสียหายกรอกเลขบัญชีธนาคารผิดพลาด ทำให้ระบบล็อก และหากต้องการแก้ไขข้อมูลเพื่อนำเงินทั้งหมดออกมา จะต้องโอนเงินค่าดำเนินการและค่าปลดล็อกระบบเพิ่มอีกเป็นจำนวนถึง 1,862,000 บาท แต่โชคดีที่ผู้เสียหายเริ่มเอะใจว่ากำลังถูกหลอกเนื่องจากไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว แถมยังถูกเรียกเงินไม่จบไม่สิ้น และเมื่อพยายามติดต่อกลับไปก็ถูกตัดการติดต่อทันที จึงรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์เข้าให้แล้ว และได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อลากคอขบวนการนี้มาลงโทษ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบจากสายลับว่า นายวุฒินัน หรือบุ๊ค ผู้ต้องหาเจ้าของบัญชีม้าที่เป็นทางผ่านของเงินจำนวนดังกล่าว กำลังไหวตัวเดินทางขึ้นมาจากทางภาคใต้และจะผ่านเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังไปดักซุ่มโปร่งบริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จนกระทั่งพบตัวบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามทะเบียนราษฎร์และหมายจับอย่างแม่นยำ จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม ซึ่งนายวุฒินันยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวุฒินัน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า เมื่อปี 2567 มีลูกพี่ลูกน้องที่มีบ้านอยู่ใกล้กันมาขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้จำนวน 2 บัญชี โดยตนได้ให้ไปพร้อมกับซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ รวมถึงยอมสแกนใบหน้าในโทรศัพท์ให้ไปอีกด้วย โดยที่ญาติคนดังกล่าวไม่ได้แจ้งว่าจะนำไปใช้ทำอะไรและตนก็ไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของปฏิเสธดังกล่าว เนื่องจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ของคนร้ายมีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้พร้อมจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

About The Author

Related posts